Information
Name: ครรภ์แห่งดวงดาว
Author: DrSSS
Rating: 0/0
Created at: Mon Apr 29 2013
วัตถุ# SCP-1795
ระดับ: Safe
มาตรการกักกันพิเศษ
SCP-1795 ทั้งหมดนั้นอยู่ในอวกาศที่ห่างไกลไปมาก และมีขนาดที่ใหญ่กว่าโลก ขณะนี้จึงไม่มีทางกักกัน SCP-1795 ได้ ให้ติดตามการเคลื่อนไหวของ SCP-1795 และจับตาดูวงจรการสร้างในกรณีที่มีอะไรใหม่ บุคลากรของสถาบันที่อยู่ใน NASA ESA และหอดูดาวระยะไกลยืนยันว่าไม่มี SCP-1795 ในระยะยี่สิบปีแสงจากโลก การวิเคราะห์สภาพของอวกาศในระยะสามสิบปีแสงนั้นกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ให้ทำการระงับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดใดๆ (อย่างเช่น การค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ) จากดาวที่มีชื่ออยู่ใน เอกสาร B1795 โดยกลุ่มอื่นนอกจากสถาบันทันที เนื่องจากดาวทั้งหมดในนั้นล้วนแต่มี SCP-1795 ในระยะการสร้างต่างๆอยู่ ให้จับตาดูการตรวจสอบดาวเกิดใหม่ใดๆทั้งของสาธารณะชนหรือรัฐบาลซึ่งยังไม่ถูกสถาบันตรวจสอบ เพื่อคอยระวังข้อมูลที่จะบ่งชี้ถึงการคงอยู่ในจักรวาลนี้ของ SCP-1795 ในกรณีที่เกิดเรื่องขึ้นจริง ก็ให้ใช้การลบความจำแบบ A กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน และอายัติข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้สถาบันได้นำไปวิเคราะห์และลบออกจากข้อมูลสาธารณะ
ตอนนี้ได้ค้นพบว่าความหนาแน่นของประชากร SCP-1795 นั้นแตกต่างกันไปตามบริเวณของกาแล็กซี พื้นที่ใกล้กับโลกนั้นมีน้อย ในระยะ 1,000 ปีแสงนั้น มีดาวเพียง 1 ใน 1,000,000 ดวงเท่านั้นที่มี SCP-1975 ในพื้นที่ที่มีดาวหนาแน่นอย่างคลัสเตอร์ทรงกลมหรือเนบิวลานั้น จำนวนของมันก็อาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 1 ใน 1,000 จำนวนโดยประมาณของ SCP-1795 ในกาแล็กซีนี้อยู่ระหว่าง หนึ่งพันล้านตัว จนถึง มากกว่าห้าหมื่นล้านตัว
รายละเอียด
เนื่องจากพวกมันอยู่ห่างจากโลกมาก จึงไม่สามารถทำการสังเกตการโดยตรงได้ด้วยเทคโนโลยีของกล้องโทรทัศน์ในปัจจุบัน แต่จากการใช้ SCP-███ จึงสามารถทำการสังเกตการณ์ทางอ้อมได้อย่างละเอียดทีเดียว และการใช้ลักษณะพิเศษของ SCP-███ ยังสามารถสังเกตพฤติกรรมของ SCP-1795 ในช่วงสิบห้าล้านปีที่ผ่านมาได้ด้วย SCP-1795 นั้นเป็นสิ่งที่มีรูปทรงแบบคล้ายทรงกลม ในบางมุมแล้วเหมือนกับหัวใจมนุษย์ โดยมีช่องกลมขนาดใหญ่เปิดอยู่ด้านบนสามช่องและภายในจะกลวง แม้ว่าดูภายนอกแล้วมันเหมือนจะประกอบจากวัตถุชีวภาพ การสังเกตอย่างใกล้ชิดก็พบว่ามันไม่อาจเทียบเคียงได้กับวัตถุชีวภาพอื่นๆ และโครงสร้างบางส่วนก็น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็นอย่างน้อย ตัวอย่างของ SCP-1795 นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดที่สถาบันรู้จัก ส่วนใหญ่แล้วมีขนาดใหญ่กว่า 50,000 กิโลเมตร
ไม่ทราบว่า SCP-1795 มีสติปัญญาหรือไม่ แม้มันจะสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดด้านล่าง ก็ไม่ทราบว่ามันมีสำนึกรู้ตัวและกระทำการเหล่านั้นด้วยความตั้งใจเอง หรือว่ามันทำงานด้วยสัญชาตญาณแบบสัตว์ ไม่ปรากฏว่าพวกมันใช้วิทยาการใดๆ และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าที่เทคโนโลยีด้านจรวดในปัจจุบันทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกมันจึงใช้เวลานับล้านหรือพันล้านปีในการเดินทางระหว่างดวงดาว ตามแต่เป้าหมาย หากพวกในไม่เป็นอมตะแล้ว อายุขัยของพวกมันก็ต้องยาวมากเช่นกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าที่สถาบันได้ทำการสังเกตการตลอดเวลา ████ ███████ปีนั้น ไม่มีกรณีที่ SCP-1795 ตายหรือถูกทำลายเลย และก็ไม่มีกรณีของการขยายพันธุ์ สร้างตัวเองใหม่ หรือพบกับ SCP-1795 ตัวอื่นด้วย
SCP-1795 มีลักษณะผิดปกติอยู่สองประการ ซึ่งเป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่เรารู้ทั้งหมดของมัน ข้อแรกก็คือ SCP-1795 จะตามหาดวงดาวเกิดใหม่และเข้าไปในวงโคจรของมันเสมอ แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่า SCP-1795 ใช้เวลาเป็นพันล้านปีในการเดินทางระหว่างดวงดาว SCP-1795 จึงต้องเริ่มเดินทางนับล้านปีก่อนที่ดาวนั้นจะก่อตัว คำอธิบายข้อหนึ่งของ SCP-1795 เจ็ดตัวที่อยู่ในสภาพสงบ (ไม่มีการเคลื่อนไหว) นั้นก็คือ พวกมันเพียงแต่รอเวลาที่ดาวเป้าหมายก่อตัว
ลักษณะที่สองนั้นสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าและเป็นที่เข้าใจมากกว่าด้วย เมื่อ SCP-1795 ไปถึงดาวเกิดใหม่ มันก็จะเข้าไปในวงโคจรบริเวณที่อำนวยต่อสิ่งมีชีวิต หรือ ”เขตอาศัยได้” ซึ่งมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตตามความเข้าใจของโลก จากนั้นมันก็จะสร้างดาวเคราะห์ วิธีการที่มันใช้สร้างดาวเคราะห์นั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก แต่สามารถแบ่งได้เป็นแปดระยะอย่างชัดเจน ตามที่ระบุในเอกสารด้านล่าง ดาวเคราะห์ทั้งหมดที่พวกมันสร้างเป็นดาวหินขนาดพอๆกับโลก มีชั้นบรรยากาศที่หายใจได้ มีขั้วแม่เหล็ก มีดวงจันทร์ที่สมบูรณ์ และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยอย่างมากเสมอ จากการใช้ SCP-███ อย่างหนักเพื่อศึกษาปรากฏการนี้ และการที่สถาบันพบ SCP-1795 เกือบห้าร้อยล้านตัวแล้ว วงจรการสร้างของมันจึงได้รับกรศึกษาอย่างมาก
ระยะที่หนึ่ง ช่องด้านบนของ SCP-1795 เปิดขยายออกและสูบเอาเทหวัตถุในอวกาศเข้าไป ทั้งที่เป็นก๊าซและเศษหิน วัสดุทั้งหมดถูกเอาไปรวมกันเป็นทรงกลมหยาบๆใน SCP-1795 โดยส่วนที่เป็นหินจะถูกอัดเป็นทรงกลมแข็งแน่นซึ่งมีแรงโน้มถ่วงดึงก๊าซไว้ เหมือนการก่อตัวของดาวเคราะห์ตามธรรมชาติ เมื่อดาวเคราะห์เกิดใหม่มีแรงโน้มถ่วงพอจะคงสภาพบรรยากาศได้เองแล้ว ช่องด้านบนก็จะปิดแล้วเข้าสู่ระยะที่สอง
ระยะที่สอง ด้านนอกบางส่วนของ SCP-1795 จะเริ่มแผ่ความร้อน เชื่อว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์ จะถูกแปลงเป็นออกซิเจนและไนโตรเจนในบริเวณนี้ ดาวเคราะห์เกิดใหม่นั้นจะเริ่มมีการประทุของแม็กมาเมื่อปริมาณออกซิเจนใน SCP-1795 เพิ่มสูงขึ้น ไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นเงื่อนไขให้เกิดระยะต่อไป
ระยะที่สาม SCP-1795 จะปล่อยใยออกมาจากในตัว ซึ่งจะยึดกับผิวของดาวเคราะห์ตามจุดต่างๆ รายละเอียดของกระบวนการนี้ยังไม่ทราบแน่ แต่สนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ก็จะก่อตัวในช่วงนี้ เมื่อสนามแม่เหล็กมีความเข้มข้นพอจะป้องกันลมสุริยะได้ก็จะเข้าสู่ระยะที่สี่
ระยะที่สี่ SCP-1795 จะหดตัวลงโดยรอบดาวเคราะห์ในระยะนี้จึงสังเกตการณ์ได้ยาก แต่ก็อนุมานได้ว่า SCP-1795 ใส่น้ำลงไปบนดาวเคราะห์ในช่วงนี้ ร่องบริเวณเส้นวงของ SCP-1795 จะเปิดออกแล้วปล่อยก๊าซสีขาวซึ่งไม่ทราบส่วนประกอบออกมา ก๊าซนั้นจะปกคลุมรอบตัวSCP-1795 และถูกทิ้งไว้เป็นทางตามวงโคจร ทำให้ไม่อาจทำการสังเกตการณ์โดยตรงได้ตลอดช่วงที่เหลือของระยะนี้ ซึ่ง ณ จุดนั้น ร่องรอบ SCP-1795 ก็จะปิด และดาวเคราะห์ก็มีมหาสมุทรกับพื้นดินที่ชัดเจนแล้ว
ระยะที่ห้า SCP-1795 จะปล่อยวัตถุทรงกลมหยาบๆไม่ทราบส่วนประกอบขนาดประมาณสองกิโลเมตรออกมา ซึ่งจะกระแทกกับดาวเคราะห์และทำลายพื้นดินรอบๆบริเวณนั้นเป็นวงกว้าง ตอนแรกนั้นคณะนักวิจัยเชื่อว่า SCP-1795 พยายามแก้รูปแบบของพื้นดิน แต่การศึกษาต่อมาจึงพบว่าทรงกลมนั้นอยู่ในสภาพดีและปล่อยสิ่งประดิษฐ์รูปร่างต่างๆออกมาเป็นจำนวนมาก มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้เนื่องจากข้อจำกัดในการขยายของ SCP-███ แต่ก็ทราบว่าพวกมัน ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า SCP-1795-2 มีรูปร่างเหมือนแมงมุมและมีขนาดประมาณ 20 เมตร เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากดูเหมือนว่าพวกมันจะทำงานตามความต้องการของ SCP-1795 เท่านั้น โดยพวกมันจะทำลายตัวเองทั้งหมดเมื่อพ้นระยะที่เจ็ดไปแล้ว ไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นเงื่อนไขให้เกิดระยะต่อไป แต่นักวิจัยบางคนเชื่อว่ามันจะเริ่มเมื่อ SCP-1795-2 มีจำนวนมากกว่าห้าพันล้านตัว
ระยะที่หก สิ่งที่ออกมาจาก SCP-1795 จะเริ่มทำสิ่งที่เข้าใจกันว่าเป็นการปรับสภาพสิ่งแวดล้อม ในกรณีของ SCP-1795-E พฤติกรรมที่เห็นนั้นเต็มไปด้วยความย้อนแย้งและมีกิจกรรมมากมาย ซึ่งรวมทั้งการขุดภูเขาเป็นเศษหิน การสร้างเกาะเทียม ทำให้มหาสมุทรสามแห่งลึกกว่าเดิม และการทำลายทวีปที่เล็กที่สุดจนราบคาบโดยทำให้ภูเขาไฟขนาดใหญ่ระเบิด โดยดูเหมือนจะแทบไม่สนใจที่พวกตนต้องตายไปเป็นจำนวนมากเลย เมื่องานทั้งหมดเสร็จสิ้นลง SCP-1795-2 ทั้งหมดก็จะไปรวมตัวกันตามจุดต่างๆบนพื้นดิน และเข้าสู่ระยะต่อไป
ระยะที่เจ็ด ระยะก่อนสุดท้ายที่มีการศึกษามากที่สุด เมื่อ SCP-1795-2 ทั้งหมดไปรวมตัวกันตามจุดที่มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อย่างแน่ชัดแล้ว พวกมันก็จะทำการสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่โดยใช้วัสดุที่หาได้ในบริเวณนั้น สิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นมีขนาดและรูปทรงต่างกันไปตามแต่ตำแหน่งและทรัพยากรที่มี แต่ก็สามารถแบ่งออกได้เป็นสามพวก
เมือง ตามบริเวณขอบทวีปนั้น ส่วนใหญ่แล้ว SCP-1795 จะสร้างอาคารที่พักซึ่งคล้ายกับเมืองของโลกมาก เต็มไปด้วยตึกทรงสี่เหลี่ยมและล้อมด้วยถนนกับพื้นที่เปิดกว้าง ดูเหมือนว่าอาคารเหล่านี้จะออกแบบไว้สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเท่ามนุษย์
ลาน ลึกเข้าไปในแผ่นดิน SCP-1795-2 จะใช้หินสร้างลานทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละด้านจะยาวประมาณสามกิโลเมตรและมีถนนต่อไปถึงเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด อาจจะเป็นลานจอดยานอวกาศก็ได้
หอคอย ในส่วนที่เป็นเกาะ SCP-1795-2 จะสร้างอาคารที่เหมือนหอคอยสูงตั้งแต่ 1-2 กิโลเมตร และมีฐานกว้าง ที่ยอดจะมีรูปทรงคล้ายมนุษย์กางแขนถือวัตถุทรงกลมใสอยู่ ไม่ทราบว่ามีไว้ทำอะไร
แม้จะทำการสังเกตสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้อย่างละเอียด แต่สถาบันก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดเข้าไปอาศัยหรือใช้งานอาคารที่ SCP-1795-2 สร้างไว้เลย แม้จะมีบริเวณที่แน่ชัดว่าเป็นสวนหรือฟาร์มใกล้กับเมือง ก็ไม่เคยพบพืชพรรณบนดาวที่ SCP-1795 สร้าง มีทฤษฏีว่าผู้อยู่อาศัยคงจะตั้งใจปลูกระบบนิเวศน์เองเมื่อไปถึง แต่สถาบันก็แคลงใจกับการไปถึงของผู้อยู่อาศัยมาก เพราะมีหลักฐานว่าเมื่อ SCP-1795 ไปจากดาวนั้นแล้ว อาคารเหล่านั้นก็จะทรุดโทรมและกลายเป็นซากปรักหักพังไปหลังจากหลายสิบปีที่ SCP-1795 จากไป เมื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจนเสร็จหมดแล้ว SCP-1795-2 ทั้งหมดก็จะฆ่าตัวตายโดยการตัดคอตัวเอง และเข้าสู่ระยะที่แปด
ระยะที่แปด SCP-1795 จะไปจากดาวดวงนั้น ด้านล่างของ SCP-1795 จะเปิดออกกว้าง แล้ว SCP-1795 ก็จะเคลื่อนที่ออกไปโดยทิ้งดาวเคราะห์ไว้ในวงโคจร มันจะเริ่มหาดาวเกิดใหม่ดวงอื่นทันที
แม้ว่าดาวทั้งหมดที่ SCP-1795 จะมีสภาพเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยอย่างมาก และมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่แน่ชัดว่ามีไว้ให้สิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาอาศัยหรือใช้งาน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก เอกสาร A1795) ก็ไม่เคยมีชีวิตเกิดขึ้นบนดาวที่ SCP-1795 สร้างเลย และไม่เคยพบสิ่งใดอาศัยหรือใช้งานอาคารที่ SCP-1795 สร้างทิ้งไว้ด้วย สถาบันค่อนข้างกังขาว่าจะมีอะไรไปถึงในเวลาต่อมา เพราะจากกรณี SCP-1795-███ อาคารที่ไม่ได้รับการดูแลเหล่านั้นจะทรุดโทรมและกลายเป็นซากปรักหักพังไปหลังจากหลายสิบปีที่ SCP-1795 ไปจากดาวนั้น
ได้มีการพบเห็น SCP-1795 สร้างดาวจนสมบูรณ์ในวันที่ 22/03/██ โดย SCP-1795-██████ ได้เปิดช่องด้านบนออกแล้วเคลื่อนออกไปจากดาวเคราะห์ SCP-1795-█ เริ่มเดินทางไปยังแถบ ████████ ทันที ดูเหมือนว่ามันจะเคลื่อนที่โดยการปล่อยก๊าซออกจากภายในตัวที่กลวง ระหว่างทางที่มันเคลื่อนที่ไปจึงมีส่วนตัวที่ยืดยาวขึ้นเพราะแฟบลงช้าๆจากการปล่อยก๊าซ
ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า SCP-1795 สร้างดาวเคราะห์เพื่ออะไร หรือพวกมันมีจุดประสงค์ใด และก็ยังไม่ทราบเช่นกันว่าพวกมันมีแผนการร่วมกันหรือแยกกันทำงานอย่างเป็นอิสระ
จาก: ดร. แอล. ริชเตอร์
ถึง: O5-█
ผมขออนุญาตให้ใช้ SCP-███ ติดต่อกับ SCP-1795-M/129 อีกครั้ง จากการศึกษา SCP-1795 ทั้งหมดสิบสามกรณีอย่างถี่ถ้วน ผมว่ามันจะแปลกมากถ้า SCP-1795 สื่อสารกันไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมพวกมันถึงหลีกเลี่ยงการไปเจอกันที่ดาวดวงเดียวกัน หรือกลับไปดาวที่เคยมี SCP-1795 อยู่ได้? และถ้าพวกมันสื่อสารกันได้ เราก็ย่อมจะทำได้ด้วยไม่ใช่หรือ?
ผมเชื่อว่า SCP-███ ที่ดัดแปลงแล้วจำนวนหนึ่งจะสามารถใช้ส่งและรับสัญญาณได้ ทำให้มันเหมาะสมมากในการสื่อสารกับ SCP-1795 ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ห่างจากโลกขนาดไหน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอคำอนุมัติการดัดแปลง SCP ตามรายละเอียดในเอกสาร U1795 ที่แนบมาด้วย ความรู้ที่เราจะได้จากสัตว์พวกนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สะเทือนแผ่นดิน และอย่างน้อยก็ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของพวกมันได้ดีขึ้น
ผมต้องขอขอบคุณสำหรับความอดทนของท่าน และขอให้คิดเรื่องเอกสารU1795อย่างรอบคอบและถี่ถ้วนด้วย
ขอแสดงความนับถือ
ดร. แอล. ริชเตอร์
จาก: O5-█
ถึง: ดร. แอล. ริชเตอร์
ไม่อนุมัติคำร้อง จะไม่มีการดัดแปลง SCP-███ หรือสื่อสารกับ SCP-1795 ตัวใดๆจนกว่าพวกเราจะเข้าใจมันดีกว่านี้
ด้วยความนับถือ
O5-█
จาก: ดร. แอล. ริชเตอร์
ถึง: O5-█
ด้วยความนับถือ ผมคิดว่าท่านไม่เข้าใจสิ่งที่บ่งบอกจากพฤติกรรมของ SCP-1795 พวกมันเป็นเครื่องจักร อันนี้ผมแน่ใจเลยทีเดียว จักรกลชีวภาพ ใช่ แต่มันก็เป็นเครื่องจักรอยู่ดี มีเครื่องจักรก็ต้องมีผู้สร้าง และเมื่อมีผู้สร้าง ก็แปลว่าเครื่องจักรของเขาต้องมีหน้าที่ หน้าที่ของ SCP-1795 นั้นชัดเจนเลยทีเดียว นั่นคือการสร้างโลกที่เหมาะสมกับชีวิตของผู้ที่สร้างพวกมันขึ้นมาและเตรีมพร้อมสำหรับการมาเยือนของพวกเขา แนวทางที่พวกมันทำมาเป็นหลายร้อยล้านปีแล้ว
แต่มันอยู่นอกการควบคุมไปแล้ว! จากการศึกษาทั้งหมดของพวกเรา ไม่เคยมีใครไปอาศัยบนดาวพวกนั้น ไม่มี ‘เจ้านาย’ ไปครองดาวที่พวกมันสร้าง เป็นไปได้หรือไม่ว่า’เจ้านาย’พวกนี้จะตาย สาบสูญ หรือแยกกันไปคนละทิศทางหมดแล้ว? และเครื่องจักรพวกนี้ก็เป็นของที่เหลืออยู่ สร้างโลกใบแล้วใบเล่าอย่างไร้จิตใจ?
แต่ลองคิดดูอีกอย่าง โลกพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนโลกของเรามาก จริงๆแล้ว พวกมันเหมาะจะให้มนุษย์อาศัยอยู่อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว อาคารพวกนี้ถูกออกแบบให้ใช้สอยโดยสิ่งที่มีขนาดและรูปร่างเท่ามนุษย์ ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าโลกเหล่านั้นถูกออกแบบไว้ให้เรา สร้างไว้ให้เรา ได้โปรดเถอะ อารยธรรมใดก็ตามที่สร้างสิ่งที่เป็น SCP-1795 ได้ต้องไม่มีทางถูกทำลายราบคาบแน่ ต้องมีผู้รอดชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ห่างไกลในกาแล็กซีนี้ สิ่งนี้อนุมานได้หลายอย่าง แต่ผมคนหนึ่งล่ะ ที่เริ่มสงสัยแล้วว่า SCP-1795 น่าจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์
ผมได้แนบเอกสาร U1795 มาให้พิจารณาอีกครั้ง
ขอแสดงความนับถือ
ดร. แอล. ริชเตอร์
ต่อไปนี้เป็นเสียงที่ได้รับหลังจากที่ดร. แอล. ริชเตอร์ได้ทำการสื่อสารเบื้องต้นกับ SCP-1795-M/129 ด้วย SCP-███ เสียงนั้นคล้ายกับเสียงของหญิงสาว ภาษาที่ใช้นั้นตรงกับภาษา██████โบราณ ข้อความแปลแล้วดังนี้
++ข้อความเริ่มเมื่อ 12/06/██ 13:24++
โอ นายท่าน
[คลื่นแทรก] หายไปนานเลยนะคะ สงคราม น่ากลัว การล้างเผ่าพันธุ์ของ (แปลตรงๆได้ว่า ‘ผู้กรีดร้องอย่างมีรูปแบบ’) พวกเรา [คลื่นแทรก] สูญพันธุ์ พวกเราไม่รู้! พวกเราได้แต่หนีมา สร้างไว้รอผู้รอดชีวิต แต่เราก็กลัวว่างานของเราจะ (คลื่นแทรก อาจจะเป็น ’ไร้ประโยชน์’ หรือ ’เสียเปล่า’) แต่เราก็ไม่กล้าแม้จะหวังว่ามีใครรอดอยู่ในส่วน [คลื่นแทรก] ของกาแล็กซี [คลื่นแทรก]
ชอบงานของพวกเราไหมคะ? ใช้เวลาตั้ง [คลื่นแทรก] และเราก็กลัวว่ามันจะไม่มีวันจบซะแล้ว อาณาจักรของพวกเราเคยรุ่งเรืองใน[คลื่นแทรก] และตอนนี้ มันก็จะเป็นเช่นนั้นอีกครั้ง
นายท่าน โอ นายท่าน
พวกเราจะกลับบ้านแล้ว
++จบข้อความ++