Information

SCP-1864-แอลฟ่า.
Name: จอมโกหกผู้โดดเดี่ยว
Author: Slang
Rating: 0/0
Created at: Mon Mar 21 2016
วัตถุ #: SCP-1864
ระดับ: Euclid
มาตรการกักกันพิเศษ
SCP-1864 นั้นจะถูกกักกันภายบน SCP-1864-แอลฟ่า โดยมีเรือตรวจการณ์ของสถาบันประจำการณ์โดยรอบเกาะดังกล่าว ในช่วงเวลาที่วัตถุเริ่มแสดงความผิดปกติหรือช่วงวันที่เดือนดับ เรือที่มิใช่ของสถาบันหรือมิได้รับอนุญาตนั้นจะต้องถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรจาก SCP-1846-แอลฟ่า
สถานีสังเกตการณ์ที่-1846 นั้นจะถูกจัดตั้งขึ้นบน SCP-1864-แอลฟ่าเพื่อใช้เป็นส่วนอาศัยและป้องกันเจ้าหน้าที่สถาบันที่อยู่บนเกาะ ในขณะที่เกิดเหตุการณ์แสดงความผิดปกติ
การสำรวจ SCP-1864-แอลฟ่าและ SCP-1864 นั้นจะต้องทำขึ้นในช่วงเวลาก่อนสว่างและก่อนพลบค่ำของคืนที่เกิดเหตุการณ์แสดงความผิดปกติเท่านั้น (คืนเดือนดับ) ในเหตุการณ์ที่ SCP-1864-3 ปรากฏตัว อนุญาตให้ใช้กำลังในการกำจัดวัตถุทันที
รายละเอียด

ภายในเขาวงกตของ SCP-1864.
SCP-1864-แอลฟ่า คือพื้นที่เกาะที่ตั้งอยู่ห่าง80 กิโลเมตรจากบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะโค้ด ในอ่าวฮัตสัน ซึ่งเป็นสถานที่ๆ SCP-1864 ได้ตั้งอยู่ จากข้อมูลที่เก็บกู้ได้นั้น พบว่าตึกและสิ่งก่อสร้างต่างๆบนเกาะนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และได้ถูกทิ้งร้างไปนานกว่า 75 ปีแล้ว
SCP-1864-แอลฟ่า นั้นเป็นสิ่งที่มีความผิดปกติในตัว ซึ่ง SCP-1864-แอลฟ่านั้นจะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะคืนที่เป็นคืนเดือนดับเท่านั้น โดยเวลาอื่นนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงวัตถุได้เลย ซึ่งในช่วงเวลาที่เข้าถึงไม่ได้นั้น เมื่อพยายามเข้าถึงด้วยการเคลื่อนที่เข้าไปยัง SCP-1864-แอลฟ่า นั้นจะพบว่าเรือหรือสิ่งที่โดยสารนั้นไม่ได้เข้าใกล้วัตถุแม้แต่น้อย แต่ในช่วงเวลาของการแสดงความผิดปกติ (หรือคืนเดือนดับ) เจ้าหน้าที่ของสถาบันที่ประจำการณ์อยู่บน SCP-1864-แอลฟ่า นั้นจะไม่สามารถออกจากเกาะได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ซึ่งเมื่อพยายามออกจากเกาะด้วยวิธีใด ผู้นั้นจะกลับมายังเกาะเสมอโดยไม่ทราบวิธี
SCP-1864 คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นและคาบเกี่ยวกับช่องว่างในอวกาศ ซึ่งเกิดขึ้นกับตึกทรุดโทรมหลังหนึ่งที่ตำแหน่งนั้นตั้งอยู่ ณ ใจกลางของ SCP-1864-แอลฟ่า และจากสภาพภายนอกของตึกสามารถระบุได้ว่าตึกดังกล่าวนั้นได้เคยถูกใช้เป็นโรงพยาบาลสนามมาก่อน ซึ่งตามทางและในบริเวณห้องรับรองนั้นพบอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน บนผนังของทางเข้านั้นพบกับข้อความที่ถูกสลักเป็นภาษาเยอรมันซึ่งได้ใจความต่อไปนี้
อันหนใดหลงตามจอมโป้ปด
อันต้องพบนรกอันทุกข์เข็ญ
ถูกปิดตาในนรกอันเยือกเย็น
จำต้องเป็นนักโทษถูกโลกลืม
SCP-1864 นั้นสามารถเข้าไปได้โดยผ่านประตูคู่หน้าตึกที่เชื่อมระหว่างห้องรับรองกับ SCP-1864 ซึ่ง SCP-1864 นั้นเป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ที่ภายในนั้นมีลักษณะการตกแต่งตามทางที่สอดคล้องกับตึกสภาพที่ควรจะเป็นของตึกที่อดีตเคยเป็นโรงพยาบาลกับสภาพที่เก่าไปตามเวลา SCP-1864-แอลฟ่า มีเนื้อที่ขนาดความกว้าง 15 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีเนื้อที่ที่ใหญ่กว่าทั้งเกาะที่วัตถุได้ตั้งอยู่ จากบันทึกการสำรวจของสถาบันนั้นได้ระบุว่า ตามผนังของ SCP-1864 นั้นมีข้อความที่ถูกสลักไปตามทางจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ได้ถูกบันทึกในเอกสารที่ 1864-1 ณ ใจกลางของ SCP-1864 นั้นเป็นสระน้ำที่มีความกว้าง 65 เมตร โดยมี SCP-1864-1 อาศัยอยู่ข้างสระ
SCP-1864-1 คือสิ่งมีชีวิตที่มีความคล้ายมนุษย์ระดับ-II โดยมีความสูงประมาณ 4.3 เมตร โดยมีลำตัวที่ยาวผิดปกติติดกับพื้นของ SCP-1864 และมีอวัยวะที่มีลักณะคล้ายแขนที่ยืดและหดได้ข้างหนึ่ง ติดกับลำตัวบริเวณหลังของวัตถุและมีใบหน้าที่มีลักษณะเกือบคล้ายมนุษย์ (ยกเว้นแต่วัตถุนั้นมีตาทั้งหมดสี่ดวงโดยแต่ละดวงนั้นจะอยู่บริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งและบริเวณข้างหน้าและหลังของหัววัตถุ) และมีรูปร่างที่ผอมบาง รูปลักษณะภายนอกของ SCP-1864-1 นั้นดูเหมือนว่าวัตถุได้สวมเสื้อโค้ตที่ใช้ในห้องแล็บ แต่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับลักษณะทางกายภาพของวัตถุในปัจจุบัน
SCP-1864-1 นั้นไม่แสดงพฤติกรรมคุกคามกับเจ้าหน้าที่สถาบัน และสามารถส่งเสียงเพื่อสื่อสารในภาษาเยอรมันได้ ถึงแม้ว่าวัตถุนั้นมักจะไม่ตอบคำถามบางคำถาม แต่ SCP-1864-1 นั้นเต็มใจที่จะให้ข้อมูลถึงพฤติกรรมของ SCP-1864-2 และ SCP-1864-3 อย่างชัดเจน ซึ่งบันทึกการสอบสวนวัตถุที่สามารถอ่านและเข้าใจได้นั้น มีเพียงครั้งเดียวและสามารถอ่านบันทึกการสนทนาทั้งหมดได้ในภาคผนวกที่ 1864-2
สระนั้นมีความลึกประมาณ 120 เมตรส่วนน้ำที่อยู่ในสระนั้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถส่องแสงใดๆลงไปได้หากแสงที่ส่องนั้นอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งการใช้ไฟส่องกำลังสูงนั้นเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถส่องให้เห็นก้นสระได้ ตำแหน่งที่เป็นก้นสระนั้นพบแผ่นเหล็กทรงกลมที่มีขนาด 91 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณที่อยู่หลังแผ่นเหล็กนั้น เมื่อตรวจสอบด้วยการจำลองภาพจากอุณหภูมินั้นพบว่าภายในเป็นห้องสี่เหลี่ยมและพบสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์หนึ่งตัว (ในที่นี้เรียกว่า SCP-1864-2) มีความสูงประมาณ 130 เซนติเมตร อยู่บริเวณมุมห้อง ซึ่งเชื่อว่าวัตถุนั้นเป็น [ข้อมูลถูกลบ] ความพยายามใดๆที่จะนำเหล็กดังกล่าวออกนั้นเป็นไปไม่ได้ และมักจะถูกขัดขวางจาก SCP-1864-1 เสมอ (อ่านภาคผนวกที่-3 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของวัตถุ)
บริเวณทั่วไปของ SCP-1864 นั้นจะพบกับ SCP-1864-3ได้ตามตลอดทางและบริเวณใจกลางของเขาวงกต SCP-1864-3 คือสิ่งมีชีวิตทีมีลักษณะคล้ายมนุษยระดับ-IV ที่มีความดุร้ายและมักโจมตีเจ้าหน้าที่สถาบันที่เข้าไปยัง SCP-1864 ตัวอย่างเหล่านั้นไม่สามารถจับหรือบันทึกผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆได้ และดูเหมือนว่าจะมีความสามารถในการบิดเบือนความทรงจำของผู้ที่พบเห็นมันเนื่องจากผู้ที่พบเห็น SCP-1864-3 มักระบุลักษณะภายนอกไม่ตรงกันทุกรายและอีกหนึ่งพฤติกรรมของ SCP-1864-3 นั้นคือวัตถุมักจะพยายามลงไปยังก้นสระใจกลางเขาวงกตและพยายามนำแผ่นเหล็กออก แต่มักจะล้มเหลว เนื่องจาก SCP-1864-1 ได้ขัดขวางไว้ ซึ่งจากที่ SCP-1864-1 ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่สถาบันว่า หาก SCP-1864-3 เข้าถึงตัว SCP-1864-2 จะเกิด [ข้อมูลถูกลบ] (อ่านภาคผนวกที่-2 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมที่ SCP-1864-2 ได้ระบุไว้)
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับ SCP-1864
ภาคผนวกที่ 1
บันทึกการสำรวจภายใน SCP-1864
ต่อไปนี้เป็นการบันทึกการสื่อสารระหว่างที่ SCP-1864 ได้แสดงความผิดปกติซึ่งทีมสำรวจนั้นเป็นสมาชิกของหน่วยปฎิบัติการเคลื่อนที่ เดลต้า-9 “ร็อค ชอล์กเกอร์” จำนวนสามคนและมีโค้ดระบุดังต่อไปนี้
Δ9-TL: เจ้าหน้าที่ ████ หัวหน้าทีม
Δ9-A: เจ้าหน้าที่ █████████
Δ9-B: เจ้าหน้าที่██████[เริ่มบันทึก]
Δ9-TL: เอาละ โอเค เช็คสัญญาน เรียบร้อย ทุกคนพร้อมนะ เงียบชั่วครู่ โอเค เริ่มกันเลย เรากำลังเข้าไปใน SCP-1864 ระบุเวลา… 1730 เริ่มได้
MTF-Δ9 ได้เข้าไปยัง SCP-1864 ไม่พบความผิดปกติหรือคลื่นรบกวนใดๆใน บันทึกวิดีโอและเสียง
Δ9-TL: ทีนี้มันใหญ่ชะมัด เหมือนเป็นห้องโถงใหญ่ ผมมองไม่เห็นอะไรที่พื้นเลย.. ทุกคนระวัง ในนี้มืดมาก เปิดไฟฉายเลย
Δ9-B: รับทราบ
Δ9-TL: เงียบชั่วครู่ โอเค ค่อยดีขึ้นหน่อย กวาดสายตาดูในห้องนี้ให้หมด แล้วเราค่อยถอนตัวไปห้องต่อไป เงียบชั่วครู่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบห้อง ได้เรื่องมั้ย?
Δ9-A: ไม่เลยจ่า ผมไม่เห็นอะไรเลย อย่างมากก็รอยขีดข่วนผนังครับ น่าจะเกิดจากเครื่องมืออะไรสักอย่าง
Δ9-TL: รับทราบ เงียบชั่วครู่ โอเค เราเสร็จตรงนี้ละ ไปต่อได้
MTF-Δ9 ได้เคลื่อนที่เข้าไปยังเขาวงกตทางเดินจุดแรก ซึ่งการเดินทางนั้นเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ MTF ได้สำรวจลักษณะของเขาวงกต ส่วนทั้งหมดที่เกี่ยวกับการสำรวจนั้นได้ถูกตัดออกเพื่อความกะทัดรัด
Δ9-B: ตรงนี้มีอะไรแปลกๆอีกละ หยุดเดี๋ยวนึง มันคืออะไรวะ?
Δ9-A: คำพูดหน่ะ รอยสลัก มัน… เป็นภาษาเยอรมัน คิดว่านะ
Δ9-B: โอ… เข้าใจละ เงียบชั่วครู่ มันเป็นเส้นทางไปยังจุดกึ่งกลางของเขาวงกตหน่ะ.. มันพูดถึงหลุมที่โดนปิด, ความวอดวายและใครบางคนที่ชื่อ ‘แพน ฮันต์’ “ดวงตาแห่งผู้รักษาที่เปลี่ยนผู้อยู่รอดเป็นปีศาจอันชั่วร้าย” เดี๋ยวผมถ่ายรูปเดี๋ยวนี้ละ
Δ9-TL: นายคิดว่าทางที่มันให้มาเนี่ย จะพาเราไปไหน?Δ9-B: หัวเราะ ผมมั่นใจมันจะพาเราไปสักที่ละ
บันทึกส่วนหนึ่งถูกตัดออกเพื่อความกระชับในเนื้อหา
Δ9-B: มีรอยสลักตรงนี้อีกครับ ผมขอกล้องหน่อย
Δ9-TL: มันเขียนว่าอะไรละ?
Δ9-B: คำว่า “ชั่วช้า” ครับ เขียนซ้ำไปซ้ำมา… เดี๋ยวนะๆ มีตรงนี้พูดถึงแพน ฮันต์อีกแล้ว “…เขานำปีศาจไปขังไว้ในก้นบึ้งของบ่อน้ำ, แพน ฮันต์โอดครวญและร้องขอคำให้อภัย แต่พวกเขาปิดปากบ่อต่อหน้าและ-“
Δ9-A: เห้ย อะไรไม่รู้อยู่หลังหัวมุมนั่น
เงียบชั่วขณะ เนื่องจากสมาชิกในทีมเริ่มเคลื่อนที่ไปยังหัวมุมที่ Δ9-A ได้ระบุ เมื่อไปถึง ไม่พบว่ามีสิ่งใดอยู่บริเวณหัวมุม
Δ9-TL: เสียงเบามาก โอเค เราจะเคลื่อนที่ผ่านไปทางอื่นแทน เดินอย่างเงียบ… ไปได้
สมาชิกทีมได้เดินผ่านทางเดินอีกทางหนึ่งแทน ไม่พบความผิดปกติใดๆ
Δ9-B: หลังจากผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง* นั่นมันอะไรวะ?
Δ9-TL: ช่างมันก่อน รีบเดินต่อเถอะ
MTF- Δ9 ได้เคลื่อนที่อย่างเงียบๆไปชั่วครู่หนึ่ง ซึ่งหยุดตามหัวมุมต่างๆเพื่อดูให้แน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงเดินต่อ
Δ9-TL: มีรอยสลักตรงนี้อีก
Δ9-B: ‘แพน ฮันต์เป็นเด็กดี แพน ฮันต์บอกว่าจะทำงานเพื่อรับใช้ท่านไคเซอร์เพียงผู้เดียว แพน ฮันต์เป็นเด็กอัปลักษณ์ แต่จิตใจเขาอัปลักษณ์ยิ่งกว่ารูปภายนอกของเขาเสียอีก’ และอีกหลายข้อความระบุถึงแพน ฮันต์ ผมไม่รู้ว่าข้อความพวกนี้มันมีตั้งแต่แรกริเปล่า แต่ผมสันนิฐานว่ามันเกิดจากคนที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนนะครับ ผมว่าน่าจะมาจากคนๆเดียวด้วยซ้ำ เพราะดูตรงนี้สิครับ มันเป็นการสลักที่เยอะมากๆ
Δ9-TL: ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน นี่ ดูนี่ บันทึกผมเก็บได้ ผมอ่านไม่ออก นายอ่านหน่อย
Δ9-B: มันเป็นบันทึกทางวิทยาศาสตร์ครับ เงียบชั่วครู่ มันเป็นของดร.เกรกกอรี่ กรอสวอลด์ จากที่ผมดูผ่านๆ มีระบุถึงแพน ฮันต์อีกเยอะเลยนะครับ ผมว่าเราควรเก็บไว้
Δ9-TL: โอเค เราจะเก็บไว้ เราเดินต่อ ป- เงียบชั่วครู่ เห้ย…
สมาชิกทีม Δ9 ทั้งสองได้หันไปยังทางเดิน Δ9-TL ได้ชักอาวุธออกมาอย่างเงียบๆ
Δ9-TL: ทั้งสองคน….. เดินถอยหลังช้าๆ อย่าละสายตาจากมัน เข้าใจมั้ย?
Δ9-B: ผมรู้แล้ว
สมาชิกทีมทุกคนนั้นได้จ้องมองไปยังทางเดินยาว ซึ่งจากภาพวิดีโอนั้นไม่พบสิ่งใดในกล้องและไม่พบเสียงบันทึกใดๆเช่นกัน
Δ9-A: มันไปแล้ว… จ่าเห็นไอนั่นมั้ย?
Δ9-TL: ผมเห็นเหมือนกัน เรารีบออกจากที่นี่ดีกว่า มีข้อความบอกทางเราบนผนังอีกมั้ย?
Δ9-B: มีครับผม ผมบันทึกเดี๋ยวนี้ละ
บันทึกส่วนหนึ่งถูกตัดออกเพื่อความกระชับในเนื้อหา
Δ9-B: นายได้ยินนั่นมั้ย?
สมาชิกทีมทั้งหมดได้หยุดและฟังเสียงดังกล่าว เสียงนั้นเป็นเสียของมนุษย์ที่อยู่ห่างออกไป
Δ9-A: เสียงเพลง? มีใครกำลังร้องเพลงหรอ? ใช่ มันกำลังร้องเพลง!
Δ9-TL: เราน่าจะใกล้ถึงละ ทุกคน เตรียมอาวุธให้พร้อม
เสียงของอาวุธทั้งหมดได้เตรียมพร้อม จากนั้นสมาชิกทีมทั้งหมดได้เคลื่อนที่ไปหายังเสียงดังกล่าวอย่างเงียบๆ เสียงร้องได้ดังขึ้นเรื่อยๆ
Δ9-B: มีแสงข้างหน้าครับ! นั่นทางออกริเปล่า!
สมาชิกทั้งหมดเดินไปยังแสงดังกล่าว Δ9-TL ได้เดินนำไปก่อน
Δ9-A: เชี่ยเอ้ย นั่นมันตั-
SCP-1864-1: สายันห์สวัสดิ นักเดินทางทั้งหลาย
[จบการบันทึก]
ภาคผนวกที่ 2
บันทึกสัมภาษณ์ SCP-1864-1
บันทึกสัมภาษณ์นี้ได้ถูกจัดขึ้นหลังจากที่สถาบันได้ตั้งเส้นทางและสายการสื่อสารโดยตรงไปยังใจกลางของเขาวงกตหลังจากที่ MTF-Δ9 ได้ทำการสำรวจ การสื่อสารกับวัตถุนั้นเพื่อให้ทราบที่มาของ SCP-1864 ในการสื่อสารนี้มีการใช้ล่ามแปลภาษาเพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารกับวัตถุ
ผู้สัมภาษณ์: ดร.อาร์เนล โทแลน
ผู้ถูกสัมภาษณ์: SCP-1864-1
ผู้แปล: เจ้าหน้าที่ เทรเวอร์ วิลสัน
[เริ่มบันทึก]
โทแลน: โอเคครับ เราเริ่มกันเลยนะ คุณระบุได้มั้ยว่าคุณชื่ออะไร? เพื่อเราจะได้บันทึกหน่ะครับ
SCP-1864-1: ผมชื่อ ดอกเตอร์ เฮนริช บอฟฟ์
โทแลน: โอเคครับ ดร.บอฟฟ์ จากองกรณ์ของเราได้ขึ้นทะเบียนคุณว่าเป็นตัวตนที่มีความผิดปกติทางธรรมชาตินะครับ และต่อไปนี้เราจะเรียกคุณว่า SCP-1864-1 ซึ่งจะเป็นการเรียกคุณนับแต่ต่อนี้ไปที่เราสัมภาษณ์คุณ คุณรับทราบนะครับ
SCP-1864-1: ผมรับทราบ
โทแลน: ขอบคุณมากครับ คุณบอกผมได้มั้ยว่าที่นี้คือที่ไหน?
SCP-1864-1: เงียบชั่วครู่* มันบอกยาก ผมคิดว่านะ… อย่างที่คุณเห็นมันเป็นเขาวงกตที่เกิดจากการบิดเบือนของเวลาอวกาศ แต่ผมมั่นใจว่านั่นไม่ไช่สิ่งที่คุณสนใจ ใช่มั้ย?
โทแลน: ความผิดปกติพวกนี้มาจากไหนครับ?
SCP-1864-1: ก็ยังตอบยากเหมือนกัน แต่เอาที่คุณเข้าใจง่ายคือ ที่นี้เป็นเหมืองที่มีความผิดปกติอยู่ทีแรก แต่ทว่าเหมืองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติที่สุด แต่ดันเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว…
โทแลน: สถานที่นี้มีจุดประสงค์ที่แท้จริงเพื่ออะไรครับ?
SCP-1864-1: เงียบ
โทแลน: SCP-1864-1 ครับ?
SCP-1864-1: หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นที่นี้มันประหลาดมาก คุณเจ้าหน้าที่ เวลาเปลี่ยน โลกเปลี่ยน ท่านไคเซอร์เกรงว่าเราจะตามโลกไม่ทัน
โทแลน: งั้นที่นี้เกี่ยวข้องกับทางทหาร? ในช่วงสงครามโลกครั้งแรกใช่มั้ยครับ?
SCP-1864-1: ไม่ ที่นี้ไม่ใช่ที่ทางการทหาร คุณเจ้าหน้าที่ เราเป็นมนุษย์แห่งวิทยาศาสตร์ เราเสียสละตัวเราเพื่อพระเจ้าและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ความผิดปกตินี้ เราก็เป็นเหมือนคุณ เราเจอที่นี้เป็นที่แรก ทีแรกเราคิดว่าที่นี้มันเป็นสิ่งที่ประหลาดเมื่อมันกว้างกว่าที่เราคิด แต่เราช่างโง่เขลา มันดันกลับเป็นสิ่งที่ประหลาดรองลงมาจากสิ่งที่เราเจอ
โทแลน: ซึ่งมันคือ?
SCP-1864-1: อ่า… หมุนคอ จอมหลอกลวง… แพน ฮันต์ตัวน้อย…
โทแลน: ใครคือแพน ฮันต์ครับ?
SCP-1864-1: คุณอย่าได้ใช้คำว่า “ ใคร” กับแพน ฮันต์เด็ดขาด เขาเป็น… เขาหลอกเรา เขาเล่าเรื่องของเขา หลงให้เราเชื่อคำหลอกลวง.. แพน ฮันต์ชั่วช้า.. เขา หยุดชั่วครู่
โทแลน: เกิดอะไรขึ้นครับ?
SCP-1864-1: เรือตกปลาของแนวอาณานิคมได้ลากเขาออกมาจากทะเล เราเจอเขาอยู่ในตาข่ายดักปลา เจ้าตัวน้อยน่าเกลียดนั่นเป็นสิ่งที่เราเคยเชื่อว่าเขาเป็นปาฎิหารย์ ใครได้อุ้มตัวเขาจะไม่มีวันป่วยอีกเลย ใครกำลังป่วยก็หายเป็นปลิดทิ้ง มันเป็นดังแสงสว่างและทางออกของเรา คุณเจ้าหน้าที่ เขาจะช่วยเราได้ในยามสงครามแบบนั้น
โทแลน: มันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่และ.. คุณ ละครับ?
SCP-1864-1: แพน ฮันต์ตัวน้อยบอกเราว่าเขาถูกส่งมาโดยพระเจ้า เป็นตัวแทนทูตสวรรค์ที่ส่งลงมามอบสันติสุขแก่ทุกคน เพื่อยุติโรคระบาดภัยร้ายทั้งหมู่มวล ตอนนั้นทุกคนต่างศรัษธาในตัวเขา รวมถึงตัวผม แต่สิ่งที่ตามมานั้น…ช่างบิดเบือนยิ่งนัก
โทแลน: นั่นไม่ได้อธิบายว่าอะไรเกิดขึ้นกับคุณ และที่นี่เลย คุณช่ว-
SCP-1864-1: เริ่มตอบเจ้าหน้าที่โทแลนเป็นเพลง โอ แพน ฮันต์ตัวน้อยจอมโป้ปด เราขังเขาไว้ในกล่องเมื่อเขาโกหกเรา เราทิ้งให้เขาดำดิ่งสู่ความมืดมิด เขาหาเราต่อไปไม่ ตาเขาถูกเย็บเพื่อไม่เห็นพวกเราอีกต่อไป
โทแลน: ผ-ผมไม่เข้าใจ
SCP-1864-1: น้ำจะทำให้แพน ฮันต์หุบปากได้ และครั้งหนึ่ง ในคืนแสนสงบ แพน ฮันต์ตื่นขึ้นและเปลี่ยนทุกสิ่งที่ผมรู้จักทั้งหมด ทุกคนเริ่มเกรี้ยวกราดและ…
โทแลน: คุณหมายถึง SCP-1864-3 ที่เราเจ-
SCP-1864-1: ใช่… ทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัวผม แต่ผมไม่เปลี่ยนไปดั่งพวกเขา… ผมยังเป็นมนุษย์ แต่คนอื่น.. ผมเกรงว่าคำว่ามนุษย์จะใช้กับพวกเขาไม่ได้ ข้าเอาตัวเขาขังไว้ในกล่อง เย็บตาเขาด้วยเข็มและด้าย ปิดตายกล่องนั่น… ผมยังจำวินาทีที่เขากรีดร้องดั่ง… หยุดชั่วขณะ
โทแลน: แล้ว SCP-1864-3 ละ? พวกเขาเป็นอะไรกันแน่
SCP-1864-1: พวกเขาเป็นอะไรไม่ได้นอกจากความชั่วร้ายที่ลากแพน ฮันต์กลับสู่ความมืดมิดอันเป็นนิจนิรันดร์ คุณเจ้าหน้าที่ ผมให้พวกนั้นเปิดกรงเหล็กนั่นไม่ได้ เขาจำโลกอันสวยงามข้างนอกนั่นไม่ได้แล้ว แต่ผมจำได้ละระลึกถึงมั่นเสมอ พวกเขาไม่รู้ว่าถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะต้องพบเจออกับอะไร แพน ฮันต์จะฆ่าพวกเขา เหมือนที่เขาฆ่าพวกเราทั้งเป็น
โทแลน: แล้วสรุป แพน ฮันต์คืออะไรครับ?
วัตถุเงียบไป 30 วินาที ก่อนจะยืดแขนลงไปในสระน้ำจนมองปลายแขนไม่เห็น และจ้องลงไปในน้ำ
SCP-1864-1: เป็นสิ่งชั่วร้ายที่เราดึงมันขึ้นมาจากทะเล เป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะดึงมันขึ้นมาตั้งแต่แรก…
[จบบันทึก]
ต่อไปนี้เป็นบันทึกที่ถูกเก็บกู้ได้จากการสำรวจใน SCP-1864 ซึ่งบันทึกต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของบันทึกทางวิทยาศาสต์ของดร.เกรกกอรี่ กรอสวอลด์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์เชื้อสายเยอรมันในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งบันทึกนั้นได้ถูกแปลและตัดออกส่วนหนึ่งเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและเพื่อความกระชับในเนื้อหา
วันที่ 15 สิงหาคม 1916
วันนี้ตลาดคึกคักผิดปกติ เรือลากปลาลำหนึ่งลากอวนเจอเด็กคนหนึ่งติดมากับตาขายของเขา ดร.แมนส์ได้ระบุว่าเด็กคนนี้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อดูดีๆ เขายังหายใจอยู่! มันเป็นปาฎิหารย์ชัดๆ! เรามั่นใจว่านั่นไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดปกติที่เราศึกษาบนเกาะนี้ เราจะไปหาเด็กคนนั้นตอนเขาแข็งแรง
วันที่ 19 สิงหาคม 1916
เด็กคนนั้นแข็งแรงแล้ว แต่เรายังคุยกับเขาไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่ เด็กคนนั้นบอกเราว่าเขาชื่อ แพน ฮันต์ แต่สื่อสารเป็นประโยคไม่ได้ถ้าไม่เปลี่ยนภาษาไปมา ผมไม่รู้ว่ามีคนสอนเขาหรือว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่เกิด ดร.แมนส์บอกว่าเด็กคนนี้ไม่แข็งแรงและอาจจะตายตอนหน้าหนาวก็ได้ หรืออาจจะไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ
วันที่ 27 สิงหาคม 1916
เกิดปาฎิหารย์ขึ้นอีกครั้งกับหนูน้อย แพน ฮันต์ ผู้ป่วยของเราทุกคนกลับมาแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ! อาการต่างๆที่เรารักษากันมาเป็นเดือนกลับหายไปในคืนเดียว! เมื่อเราถามพวกผู้ป่วย เขาบอกว่า แพน ฮันต์ได้มาหาพวกเขาตอนนอนและจับมือพวกเขา และอีกหลายคนได้บอกว่าเขาแค่มองมายังตัวของพวกเขา และอาการป่วยก็หายทันที ดร.แมนส์ตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น และผมบอกได้ว่าเราจะบอกว่าเป็นเพราะเขาคนเดียวไม่ได้ ผมได้จัดเวลาเพื่อเข้าไปคุยกับเขาโดยดร.บอฟฟ์จะไปกับผมด้วย เราต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้
วันที่ 2 กันยายน 1916
มันเป็นปฎิหารย์อย่างแท้จริง หนูน้อยแพน ฮันต์บอกพวกเราว่า เขาเป็นทูตสวรรค์ที่ส่งข้อความอันศักดิ์สิทธิจากพระเจ้า และการมาถึงของเขาจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของกรุงเยรูซาเลม เขาพูดว่าเขาจะนำสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองมายังโลกและเยอรมันนี รวมไปถึงท่านไคเซอร์ของเรา! หลังจากที่เราเห็นสิ่งที่เขาทำ ทำให้เรารู้ว่าเขาคือทางออกของพวกเรา ผมจะเอาเขากลับเบอร์ลินไปกับผมเมื่อเรือลำต่อไปเทียบท่า ผมมั่นใจ แพน ฮันต์จะเป็นทางออกของพวกเรา!