SCP-3812

Information

Author: Imet
Rating: 2/2
Created at: Sat May 23 2026

มาตรการกักกันพิเศษ

SCP-3812 ปรากฏเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมอุปกรณ์ปราบจลาจล ดังที่เห็นผ่านเครื่องดูภาพบรันนิง-แคนต์ (ทางฝั่งขวา)

ปัจจุบัน SCP-3812 ถูกกักกันเพียงบางส่วนเท่านั้น1 หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าดูที่สรุปย่อข้อเสนอการกักกันด้านล่าง

สรุปย่อข้อเสนอการกักกันระดับ-Keter2

SCP-3812 จะต้องได้รับการสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาโดยหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ Ganymede-66 “อัศวินประทีปดาว” ซึ่งจะต้องรักษาให้พื้นที่กักกันเป็นรัศมี 5 กม.โดยรอบ SCP-3812 เป็นเขตหวงห้าม โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วย MTF GY-66 และบุคลากรฝ่ายงานวิจัยของศูนย์-86 จะมีอำนาจในการตัดสินใจว่าด้วยการกักกัน SCP-3812 ทุกประการ และจะต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสัมผัสกับ SCP-3812 โดยไม่มีเหตุจำเป็น

การกักกันในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบจาก SCP-3812 ต่อศูนย์กลางประชากร ตลอดจนการวิจัยเพื่อศึกษาขอบเขตสูงสุดของความผิดปกติของ SCP-3812 เพื่อพัฒนามาตรการกักกันที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น หน่วยรักษาความปลอดภัยสารสนเทศจะต้องตรวจสอบสื่อดิจิทัลทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทราบถึงการมีอยู่ของ SCP-3812 เป็นวงกว้าง

SCP-3812 ส่งผลกระทบที่ผิดปกติและรุนแรงต่อความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง โดย SCP-3812 สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์นับตลอดช่วงเวลาอดีตและอนาคต3เพื่อขัดขืนการกักกันตนเองได้ เนื่องจากลักษณะของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากความผิดปกติของ SCP-3812 จึงไม่น่าที่จะสามารถทราบได้ว่าตนได้รับผลกระทบ และมีความเป็นไปได้สูงที่บุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก SCP-3812 โดยส่วนมากจะไม่มีตัวตนดำรงอยู่อีกต่อไป แม้ว่าการที่จะอนุมานว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยมากเท่าใดจะเป็นเพียงการสันนิษฐานก็ตาม

รายละเอียด

SCP-3812 บริเวณหน้าบ้านในวัยเด็กของมัน ภาพถ่ายจากระเบียนรัฐลุยเซียนา

ภาพถ่าย SCP-3812 ซึ่งไม่ทราบบริบท

SCP-3812 คือ ตัวตนที่มีความสามารถในการแปรผันความเป็นจริง เนื่องจากผลกระทบแฝงของ SCP-3812 ต่อความเป็นจริง การบรรยายถึง SCP-3812 ในลักษณะที่พยายามจะสื่อความหมายใด ๆ จึงแทบที่จะไม่สามารถทำได้ ข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับ SCP-3812 มีเพียงแต่ว่า เดิมมันเคยเป็นมนุษย์ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาที่ไม่มีความผิดปกติใด ๆ ที่มีชื่อว่าแซม ฮาวเวลล์ และเชื่อกันว่าเสียชีวิตไปเมื่อปี ค.ศ. 1996 โดยภายหลังจากที่มันเสียชีวิตไปไม่นาน SCP-3812 ก็ถูกตรวจพบว่าลุกขึ้นจากหลุมฝังศพของตนเองและหายตัวไป สถาบันทราบถึง SCP-3812 ภายหลังจากที่การปรากฏตัวของมันส่งผลให้อาคารห้องอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ถูกทำลายลง เนื่องจากความผิดปกติของมันรูปลักษณ์ของ SCP-3812 จึงมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การติดตามตัวจึงเป็นไปได้ยาก ปัจจุบัน SCP-3812 อยู่บริเวณเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ที่พิกัด 26°26’49” S 137° 56' 27" W

SCP-3812 แสดงอาการของโรคจิตเภทไอเจนแมนน์-วีเตอร์4ขั้นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการโรคจิตหวาดระแวงรุนแรง ภาวะทุกข์ใจรุนแรง ภาวะแมเนีย/ซึมเศร้ารุนแรง ความไม่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างเหมาะสม ความไม่สามารถแยกแยะระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการได้ ความไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่เสียชีวิตได้ ความไม่สามารถควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ได้ การได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง การมองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง การรู้สึกถึงหรือประสบกับสิ่งเร้าที่ไม่มีอยู่จริง ฯลฯ5

ในช่วงระยะเวลายี่สิบปีนับตั้งแต่ที่ SCP-3812 ถูกค้นพบ อาการข้างต้นก็ทรุดโทรมลงตลอดมา เดิมทีแล้ว SCP-3812 สามารถตอบคำถามและเรียกร้องขอความช่วยเหลือด้านอาการของมันจากนักวิจัยของสถาบันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป SCP-3812 ก็เริ่มที่จะแยกตัวและเก็บตัวมากขึ้น จนกระทั่งไม่มีการตอบสนองใด ๆ และแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติและไม่สามารถคาดการณ์ได้ ปัจจุบัน SCP-3812 ไม่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมบริเวณรอบข้างตนเองได้อย่างแม่นยำ และบางครั้งก็จะแปรผันความเป็นจริงเพื่อที่จะลดความไม่สอดคล้องกันระหว่างสิ่งที่มันรับรู้กับสิ่งสิ่งนั้นในความเป็นจริง6 ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่สามารถทราบได้ว่าความเป็นจริงถูกเปลี่ยนแปลงไปบ่อยเท่าใด และสามารถทราบได้แต่เพียงจำนวนครั้งที่ SCP-3812 ไม่ได้ก่อให้เกิดการแปรผันความเป็นจริงอย่างใสสะอาด7และหลงเหลือร่องรอยจากการเปลี่ยนแปลงของมันต่อความเป็นจริง

SCP-3812 ไม่สามารถถูกกักกันได้ด้วยสถานกักกันใด ๆ เนื่องจาก SCP-3812 จะกระทำการแปรผันความเป็นจริงเพื่อลบล้างสถานกักกันออกไป หรือเพื่อเคลื่อนย้ายตนเองไปยังสถานที่อื่น ซึ่งจะส่งผลให้การพยายามกักกันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ดูเหมือนว่า SCP-3812 จะฝ่าฝืนการกักกันโดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกัน และแม้ว่าจะเป็นการกระทำโดยไม่ให้มันทราบล่วงหน้า SCP-3812 ก็ไม่สามารถถูกทำให้หมดสติหรือลบความทรงจำได้ โดย SCP-3812 จะกระทำการแปรผันความเป็นจริงเพื่อลบล้างหรือกำจัดภัยคุกคามใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองหรือเสรีภาพในการเดินทางของมัน ด้วยเหตุนี้เอง มาตรการกักกันในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาความเสียหายและการแสดงออกถึงอาการจิตเวชของ SCP-3812 มากกว่าที่จะเป็นการกักกันโดยตรง

เมื่อเวลาผ่านไป รูปลักษณ์ของ SCP-3812 ก็สูญเสียรูปลักษณ์ความเป็นมนุษย์ลงไปอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันมันมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์เพียงเล็กน้อย และมักจะปรากฏในรูปร่างและรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้ง SCP-3812 ยังก่อให้เกิดผลกระทบผิดปกติแฝงต่อความเป็นจริงรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะของการบิดเบือนต่อกาลเวลาและปริภูมิบริเวณรอบข้างตนเอง โดยบางครั้งการบิดเบือนข้างต้นจะเกิดขึ้นพร้อมกับการระเบิดออกอย่างรุนแรงแบบสุ่มที่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือความเสียหายต่อปริภูมิและกาลเวลาอย่างรุนแรง แม้ว่าโดยปกติแล้ว SCP-3812 จะมีท่าทีสงบและไร้มุ่งหมาย แต่การระเบิดออกแบบสุ่มของมันนี้เองเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตบริเวณใกล้เคียง และหากไม่ได้รับการกักกันอย่างเหมาะสมก็อาจก่อให้เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวง

SCP-3812 ได้ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ปัจจุบัน ณ ตำแหน่งปัจจุบันในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2015

ภาคผนวก 3812.1

การสัมภาษณ์

หมายเหตุ: ต่อไปนี้คือส่วนที่คัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์กับ SCP-3812 ที่จัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 1999 โดยเบื้องต้น SCP-3812 ได้ถูกกักกันโดยบุคลากรของสถาบันและนำตัวมาสอบสวนที่ศูนย์-17 ซึ่งก็เป็นสถานที่ที่มันเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวช

[เริ่มต้นการบันทึก]

ดร.ควินต์: วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ

SCP-3812: ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ

ดร.ควินต์: ทราบสาเหตุไหมครับ?

SCP-3812: เอ่อ มันก็มีเสียง เอ่อ ตามเคยเลย พวกสิ่งต่าง ๆ ที่ผมมองเห็นน่ะ ก็เหมือนเดิม

ดร.ควินต์: มีอะไรแปลกไปหรือเปล่าครับ?

SCP-3812: ผมว่า… พวกสิ่งที่ผมมองเห็นมันไม่ยอมหายไป แต่มันมีมาเพิ่ม ต่างไปจากเดิม… ผมคงดูเพี้ยนไปสินะ แต่มันเหมือนประมาณว่าผมกำลังนับคนสิบกว่าคนพร้อมกัน แล้วมันก็เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน แต่มัน… (นิ่งไปครู่หนึ่ง) มันเจ็บ เจ็บมากเลย คงฟังดูบ้าไปสินะ ผมขอโทษ

ดร.ควินต์: เปล่าครับ ไม่ได้ฟังดูบ้าเลย เราอยากช่วยรักษาให้คุณดีขึ้นครับ

SCP-3812: ไม่… ผมไม่แน่ใจเลยว่าคุณจะทำจริงไหม หรือไม่ผมก็ไม่รู้ว่าคุณรักษาได้ไหม ตามเนื้อเรื่องแล้วคุณไม่ได้พยายามช่วยเลย

ดร.ควินต์: ตามเนื้อเรื่องเหรอครับ? เนื้อเรื่องไหน?

SCP-3812: นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ คือ ผม- ผมมองเห็นได้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัวอยู่ว่าผมจะทำอะไร แล้วอีกไม่กี่นาที คุณก็… ถ้าทำได้ ผมก็ไม่รู้เลยว่าจะเอามันออกไปจากสมองหรือจะเริ่มแก้ยังไง เขาคนนั้นก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน

ดร.ควินต์: เขาที่ว่านี่ใครครับ?

SCP-3812: ไม่… คุณไม่เห็นเขาหรอก แต่ผมเห็น เขาน่าจะเป็นคนที่อยู่เหนือเราทุกคน แต่ตอนนี้ผมอยู่เหนือกว่าเขาแล้ว ใช่ คุณตรงนั้นน่ะผมมองเห็นนะ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าคุณทำอะไรกับผม แต่ตอนนี้สภาพผมแย่มากแล้ว ถ้าคุณพอช่วยผมหาทางออกได้ก็คงดี ตอนนี้ผมว่าตัวเองกำลังจะเสียสติไปแล้ว ผมก็กลัวเหมือนกัน ช่วยทำอะไรสักอย่างเถอะ ช่วยผมทีเถอะนะ พระเจ้าเอ๊ย ผมขอร้องล่ะ

ดร.ควินต์: นี่พูดกับใคร-

SCP-3812: ไม่สำคัญหรอก (นิ่งไปครู่หนึ่ง) ผมต้องรีบ—

SCP-3812 หายตัวไปอย่างฉับพลัน

[สิ้นสุดการบันทึก]

ภาคผนวก 3812.2

บันทึกเกี่ยวกับ “รายงานว่าด้วยความไม่มั่นคงทางด้านพฤติกรรมของ SCP-3812 และนัยจากภัยคุกคามต่ออัตถิภาวะ” เมื่อวันที่ 21/09/2015 จากสำนักงานของ ดร.ยามามะรา

จากสำนักงานของ ดร.คาริ ยามามะรา

ปกติแล้วดิฉันก็ไม่ชอบจั่วหัวเรื่องแบบนี้โดยกล่าวให้มันเกินจริง เพราะอย่างนั้นก็ขอให้เชื่อดิฉันเถอะค่ะถ้าครั้งนี้ฉันกล้าเอ่ยเลยว่า ดิฉันเชื่อว่า SCP-3812 ถือเป็นสิ่งผิดปกติที่อันตรายที่สุดบนโลก และอาจจะถึงขั้นระดับจักรวาลเลยเสียด้วยซ้ำ เพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนคงจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะดิฉันเองก็เคยพยายามปฏิเสธความคิดนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่อย่างนั้นเราก็มีหลักฐานรองรับว่าคำกล่าวนั้นเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นผลเสียหายใหญ่หลวงต่อทุกสิ่งอย่างเลยล่ะค่ะ

เมื่อตอนที่คุณเจมส์ คาลด์แมนและคุณคาร์ลอส เซฟสกี้คิดค้นหน่วยฮิวม์ขึ้นมาเพื่อตรวจวัดระดับการแปรผันของความเป็นจริงในบริเวณรอบข้าง พวกเขาอาจได้ช่วยกอบกู้สถาบันเอาไว้ พวกผู้บิดเบือนความเป็นจริงถือเป็นหนามที่ยอกแทงเราตลอดมา เป็นพวกที่เราทำความเข้าใจไม่ได้สักนิด เราจะไปสู้หรือกักกันสิ่งที่สามารถลบเราให้หายออกไปจากความเป็นจริงได้อย่างไร? เรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณ ดร.สแครนตันที่ทำให้เรามีหมุดยึดเหนี่ยวความเป็นจริง แต่มันก็ทำงานจริงได้แค่บางครั้งและบางครั้งก็แทบจะเป็นขยะไร้ค่าไป เราไม่รู้กลไกของมัน และเราก็ใช้งานมันกันผิด ๆ

แต่มันก็เปลี่ยนไปเมื่อเราเริ่มวัดค่าความเป็นจริงและนำมาเทียบกับค่าฐานระนาบ พวกเราได้พบว่าเราสามารถปรับแต่งแก้ไขหมุดยึดเหนี่ยวความเป็นจริง และหมุดแต่ละอันแตกต่างกัน นี่ถือเป็นลาภอันประเสริฐต่อเรา ๆ ที่ทำงานวิทยาศาสตร์เชิงอัตถิภาวะ และตั้งแต่ชั่ววินาทีนั้นเองพวกประเภทสีเขียว8ก็ไม่ได้เป็นปีศาจสุดร้ายกาจเหมือนอย่างเคยอีกต่อไป

ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะเสริมบริบทให้กับเรื่องที่ดิฉันจะพูดต่อไป นั่นคือ อุปกรณ์ของเราไม่สามารถ SCP-3812 ได้ค่ะ มันไม่ได้ทำงานผิดพลาด เพราะเราก็ได้ลองทดสอบอุปกรณ์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วและผลลัพธ์ก็คงเส้นคงวาเสมอ สาเหตุก็ไม่ใช่จากผู้ใช้งานเช่นกัน พวกเราได้ลองตรวจสอบบันทึกการทดสอบย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อีกหลายพันชั่วโมงแล้ว แต่ทุกอย่างก็ปกติดี ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาพวกเราได้ตรวจทานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกินนับจำนวนครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม

เท่าที่เราทราบ เรื่องนี้สามารถแตกแขนงออกไปได้เป็นสามกรณี และไม่มีกรณีไหนที่ดีเลย กรณีแรก คือ SCP-3812 มีค่าฮิวม์ที่ต่ำมาก ต่ำเสียจนอุปกรณ์ของเราที่ดำรงอยู่ในพื้นที่ที่มีฐานระนาบค่าฮิวม์สูงกว่าไม่สามารถตรวจจับมันได้ แต่ปัญหาของสมมุติฐานนี้ คือ มันจะก่อให้เกิดสุญญากาศเทียมขึ้นมา เพราะว่าเราดำเนินการโดยตั้งสมมุติฐานว่า ฐานระนาบค่าฮิวม์ของเราคือค่าต่ำสัมบูรณ์มาโดยตลอด ถ้าหากกลายเป็นว่าเจ้าสิ่งนี้ดำรงอยู่ในที่ที่มีค่าฮิวม์ต่ำกว่านั้นไปมาก ก็แปลว่ามีค่าฮิวม์ที่ต่ำกว่าค่าที่เราคิดว่าต่ำที่สุด และแสดงอาจมีวันใดที่ทั้งความเป็นจริงของเราจะตกลงไปอยู่ในที่แห่งนั้น และก็จะเป็นจุดจบของทุกสิ่งอย่าง

กรณีต่อมา คือ SCP-3812 ดำรงอยู่ในที่ที่มีค่าฮิวม์ที่เราเคยทดสอบมามาก ซึ่งก็จะเลวร้ายในระดับหนึ่ง เนื่องจากเราเคยใช้เครื่องวัดค่าของสิ่งผิดปกติที่มีคนเชื่อว่ามันเป็นเทพเจ้ามาแล้วและเราอ่านค่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีค่าฮิวม์สูงมากเสียจนเราใช้อุปกรณ์วัดไม่ได้คงจะทำลายเราให้ราบไปได้ตั้งนานแล้ว แต่ว่า SCP-3812 ยังไม่ได้ทำอย่างนั้น กรณีนี้จึงปัดตกไปได้

กรณีสุดท้ายที่แย่ที่สุด คือ SCP-3812 ไม่สามารถถูกวัดด้วยค่าฮิวม์ได้ เพราะว่ามันกำลังทำอย่างอื่นอยู่ ลักษณะโดยพื้นฐานด้านใดก็ตามที่ทำให้มันสามารถบิดเบือนความเป็นจริงได้เป็นคนละอันกับลักษณะอื่น ๆ ที่เราเคยค้นพบมา สแครนตันสันนิษฐานว่า9มีความเป็นไปได้ที่จะมีทั้งความเป็นจริงที่สูงและที่ต่ำกว่านี้ ซึ่งแต่ละความเป็นจริงจะมีระดับความสามารถในการแทรกแซงที่แตกต่างกันไปภายในการก่อร่างจักรวาล หากให้เปรียบก็คงคล้ายกับการแทรกแซงก้อนหินโดยใช้มือขยับกับใช้ปรมาณูขยับ เขาเรียกแทนสิ่งที่ถูกแทรกแซงเป็น “เรื่องเล่า” และเสนอว่าทุกเรื่องเล่าจะซ้อนทับกันเป็นชั้น โดยแต่ละเรื่องเล่าจะสร้างเรื่องเล่าของเรื่องเล่าที่อยู่ชั้นต่ำกว่าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปถึงจุดที่เป็นห้วงเวิ้งว่างเปล่าข้างใต้สุด

หากเป็นอย่างนั้น และ SCP-3812 เป็นสิ่งผิดปกติประเภทสีเขียวในลำดับที่สูงกว่าเราอย่างแท้จริง เราก็คงได้ฉิบหายวายวอดกันหมดแน่ค่ะหากพลังหนึ่งเดียวที่สามารถแทรกแซงทุกสรรพสิ่งที่เราเคยพบเคยเจอมาได้ในทุก ๆ ด้านดันตกไปอยู่กับผู้ป่วยโรคจิตเวชไอเจนแมนน์-วีเตอร์โดยกำเนิด เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยล่ะค่ะที่ยังไม่เป็นอย่างนั้นกระทั่งเกิดขึ้นโดย_บังเอิญ_ก็ไม่มี เท่าที่ทราบตอนนี้ เราฆ่ามันไม่ตาย เราจึงทำได้แค่รอให้มันตายไปเอง (ถ้าเกิดว่ามันตายได้) หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องแสร้งทำเหมือนกับว่าเราควบคุมมันได้ในระดับหนึ่งจนกว่ามันจะฉีกทึ้งทั้งจักรวาลของเราให้เละเป็นซากแบบเครื่องบดระดับจักรวาลประมาณนั้น

ความจริงแล้วคงเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำที่สติมันไม่สมประดี เพราะอย่างนั้นมันก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันทำอะไรกับเราได้บ้าง มันแค่ทำไปตามแรงที่เข้ามากระตุ้น และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแรงนั้น แต่เพราะว่ามันอยู่ในสภาพจำกัดอย่างนั้น การบิดเบือนเลยเกิดขึ้นแค่ในวงแคบ ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าจู่ ๆ มันเกิดคิดขึ้นมาได้ว่าไม่ชอบแนวคิดเรื่องความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แล้วความเห็นอกเห็นใจก็หายไปไม่เคยมีอยู่เลย เรามีหลักฐานที่พอจะบ่งชี้ได้ว่าเรื่องแบบนั้นเคยเกิดขึ้นไปแล้วเป็นข้อความที่กระจัดกระจายกับคำให้การที่ค่อนข้างเลือนราง ทั้งหมดนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงอย่างโสมม และชี้ชัดว่าเมื่อไม่นานมานี้ในช่วงปี 1980 เคยมีแนวคิดหนึ่งหรืออาจเป็นสิ่งพื้นฐานอย่างเช่นอารมณ์แบบหนึ่งที่ไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว แนวคิดทั้งแนวคิดถูกลบให้หายเกลี้ยงไปจากความเป็นจริงและจิตสำนึกร่วมของทุกสิ่งมีชีวิตที่มีสัมปชัญญะ มันลบออกไปได้เหมือนกับที่เราปัดแมลงให้ร่วงไปจากกระจกรถเลยค่ะ

ประเด็นสำคัญของทั้งหมดนี้ที่ดิฉันระบุไว้ในรายงานไปแล้ว คือ เราต้องเริ่มหาทางแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ยิ่งเราหาวิธีทำให้ SCP-3812 หมดสภาพลงได้ช้าลงเท่าไร SCP-3812 ก็ยิ่งสูญเสียสติสัมปชัญญะลงไปเท่านั้น และพวกเราก็ใกล้ที่จะถูกโยนลงไปในเครื่องบดที่กล่าวไปก่อนหน้ามากขึ้นทุกที

ขอให้ติดตามกันต่อไป และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อมายังสำนักงาน ให้ติดตามเบาะแสที่น่าสนใจทุกอย่างและติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ แล้วเราจะติดต่อกันอีกเร็ว ๆ นี้ค่ะ

-เค. ยามามะรา

ภาคผนวก 3812.3

คัดตอนมาจาก "รายงานว่าด้วยความไม่มั่นคงทางด้านพฤติกรรมของ SCP-3812 และนัยจากภัยคุกคามต่ออัตถิภาวะ" หน้าที่ 194 “เหตุการณ์อัตถิภาวะโกลาหล "ครบวงจร" ระดับ-PK” โดย ดร.ยามามะรา

ตัวตนหรืออำนาจใด ๆ ที่สามารถเข้าถึงมิติทางอภิปรัชญาที่มีพลังงานสูงกว่าเราได้จะรับรู้ความเป็นจริงของเราในลักษณะเดียวกันกับที่เรารับรู้ความเป็นจริงของตัวละครในหนังสือการ์ตูน และเช่นเดียวกันกับที่พวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวได้ตามใจชอบโดยการบอกเล่าเรื่องนั้น ๆ ให้ต่างออกไปจากเดิม ตัวตนที่มีพลังงานสูงกว่าเราก็สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำกัดแต่เพียงความเป็นจริงเฉพาะที่เท่านั้น แต่เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงโดยรวมทั้งหมดได้ ทั้งแปรผันฐานระนาบและเปลี่ยนแปลงแง่มุมพื้นฐานสำคัญของความเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย

ในการประชุมสุดยอดสถาบันว่าด้วยภัยคุกคามต่ออัตถิภาวะเมื่อปี ค.ศ. 2015 ดร.ดาริอุส เซนต์จอห์นได้ตั้งสมมุติฐานว่า หากตัวตนดังกล่าวมีสติปัญญาในระดับเดียวกันกับมนุษย์โดยที่ไม่ได้รับการดัดแปลงให้สามารถรับรู้ถึงความเป็นจริงในชั้นที่สูงกว่าได้ มันจะต้องประสบกับการได้รับรู้ถึงเรื่องเล่าที่มากเกินไป และเมื่อตัวตนนี้ประสบกับการรับรู้ที่มากเกินไปดังว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่มันจะพยายามบรรเทาอาการโดยยุบรวมความเป็นจริงที่มีระดับพลังงานต่ำกว่าทั้งหมดให้กลายไปเป็นสิ่งที่ตนพอจะสามารถรับรู้ได้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเรื่องเล่าที่มีระดับพลังงานต่ำกว่าจะเป็นหายนะ เนื่องจากเมื่อความเป็นจริงจำนวนมากถูกบีบอัดให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่เมตาเดียวกันมันจะไม่ถูกทำลายลงไปในทันที แต่ทว่าส่วนต่าง ๆ จะพัวพันกันอย่างซับซ้อนจนไม่อาจเข้าใจได้ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่ว่าการคิดอย่างมีสติสัมปชัญญะจะถูกทำลายลงไปอย่างฉับพลันเท่านั้น แต่โลกกายภาพก็จะถูกบีบอัดให้แตกสลายจนถึงขั้นที่ขอบเขตระหว่างความเป็นจริงชั้นล่างทั้งหมดจะหายไปอย่างสิ้นเชิงด้วย

สภาวะความโกลาหลของทุกสรรพสิ่งที่เรียกกันว่า "อัตถิภาวะโกลาหล" เป็นจุดสนใจหลักในข้อเสนอรายละเอียดฉากทัศน์ระดับ-K ฉากทัศน์ใหม่ที่มีชื่อว่า "ฉากทัศน์อัตถิภาวะโกลาหล "ครบวงจร" ระดับ-PK" ที่จัดทำโดย ดร.เซนต์จอห์น แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธไปเนื่องจากฉากทัศน์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงการคาดเดาและจำเป็นต้องเกิดเหตุปัจจัยที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นจำนวนมากก่อนจึงจะอุบัติขึ้นได้

ภาคผนวก 3812.4

บันทึกเหตุการณ์การแปรผันของ SCP-3812

หมายเหตุ: ต่อไปนี้คือรายการบันทึกเหตุการณ์ที่ SCP-3812 ได้แปรผันความเป็นจริงไปในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่าที่สถาบันทราบ เนื่องด้วยลักษณะของการแปรผัน จึงได้มีการระบุความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์นั้น ๆ จะเคยเกิดขึ้นจริงเอาไว้พร้อมด้วยความรุนแรงของการแปรผัน โปรดทราบว่าบันทึกฉบับนี้ยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

ภาคผนวก 3812.5

ภาพถ่ายเหตุการณ์เมื่อวันที่ ██/██/████

เหตุการณ์เมื่อวันที่ ██/██/████

ในวันที่ ██/██/████ ได้มีการพบ SCP-3812 ขณะที่มันกำลังเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางในประเทศปารากวัยไปยังพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่าบริเวณชายแดนประเทศอาร์เจนตินา12 ขณะที่บุคลากรของสถาบันเคลื่อนพลเพื่อเข้าสกัดกั้น SCP-3812 ก็เกิดชุดปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกระบุเอาไว้ตามลำดับช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ดังนี้:

[19:35 น.] - สัตว์ป่าในพื้นที่จำนวนมากเข้าโจมตี SCP-3812 แม้ SCP-3812 จะเลี่ยงการโจมตีได้ แต่มันก็แสดงท่าทีตกใจ

[19:41 น.] - หลุมยุบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบริเวณข้างใต้ SCP-3812 และทอดลึกลงไปโดยไม่สามารถระบุความลึกที่แน่ชัดได้ SCP-3812 ตกลงไปแต่ก็กลับขึ้นมาบนพื้นดินได้โดยทันที จากนั้นหลุมยุบดังกล่าวก็หายไป

[19:50 น.] - วัตถุจำนวนมากตกลงจากท้องฟ้าสู่ SCP-3812 โดยภายหลังพบว่าวัตถุเหล่านี้ คือ แท่งทังสเตน แต่ยังคงไม่ทราบที่มาอย่างแน่ชัด โดยดูเหมือนว่าจะแทงทะลุร่างของ SCP-3812 แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดกลับพบว่ามันสลายไปในระยะครึ่งเมตรจาก SCP-3812 ภายหลังจากที่แท่งทังสเตนสามแท่งแรกตกลงมาเป็นระยะเวลาสี่สิบวินาที แท่งทังสเตนอีกกว่า 3000 แท่งก็ตกลงตกลงมาอย่างรวดเร็ว โดยทั้งหมดสลายหายไปเช่นเดียวกับก่อนหน้า แม้ว่าจะสามารถสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ได้อย่างชัดเจนหากมองจากเมืองที่อยู่ใกล้เคียง แต่ก็มีเพียงบุคลากรของสถาบันที่สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

[20:14 น.] - ตัวอย่าง SCP-3812 ในสภาพไร้ตัวตนจำนวนมากก็ได้เริ่มหลุดออกจากมวลรวมศูนย์กลางราวกับว่ามันกำลังจะตายลง SCP-3812 ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ตัวอย่างร่างไร้ตัวตนทั้งหมดเริ่มแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อร่างหลักและเข้าโจมตีมัน ดูเหมือนว่า SCP-3812 จะไม่สังเกตเห็นตัวอย่างเหล่านี้ในตอนแรก แต่ภายหลังก็หันไปมองพวกมัน ส่งผลให้ทั้งหมดหายไปอย่างฉับพลัน

[20:19 น.] - เกิดเหตุระเบิดขึ้นในตำแหน่งที่ SCP-3812 กำลังยืนอยู่ โดย SCP-3812 ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นอีกหลายครั้ง โดยสาธารณชนไม่สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกับเหตุการณ์แท่งทังสเตนก่อนหน้า

[20:39 น.] - เกิดความผิดปกติเชิงแรงโน้มถ่วง ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นภาวะเอกฐานเปลือยซึ่งมีเสถียรภาพและก่อตัวขึ้นโดยอิสระที่ปรากฏชัดต่อหน้า SCP-3812 โดย SCP-3812 ผ่านเข้าไปภายในโดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และภาวะเอกฐานดังกล่าวก็หายไปภายหลังจากนั้นไม่นาน

ในช่วงระยะเวลา 72 ชั่วโมงก็ได้เกิดปรากฏการณ์ผิดปกติเพิ่มเติมในบริเวณรอบข้าง SCP-3812 ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถทำให้ SCP-3812 เสียชีวิตได้ ประชากรในพื้นที่จึงถูกอพยพ และได้มีการให้ยาลบความทรงจำกับผู้เห็นเหตุการณ์

ภายหลังจากระยะเวลา 72 ชั่วโมงข้างต้น พบว่า SCP-3812 เปล่งแสงสีขาวอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงเคลื่อนที่ไปด้านข้างแล้วหายตัวไป ภายหลังจากนั้นปรากฏการณ์ผิดปกติก็หายไปโดยทันที โดยหลังจากที่มันหายตัวไปเป็นระยะเวลาแปดสัปดาห์ SCP-3812 ก็ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ณ ตำแหน่งดังปัจจุบัน หลังจากนั้นไม่นาน กองบัญชาการกำกับการสถาบันก็ได้รับข้อความบนเซิร์ฟเวอร์อำนวยการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจำกัดให้เข้าถึงได้แต่เพียงสมาชิกผู้กำกับการเท่านั้น โดยเนื้อหาของข้อความดังกล่าวมีดังนี้:

ขออธิบายสั้น ๆ เผื่อคุณยังไม่ค่อยเข้าใจ

โลกของคุณมันมีกฎเกณฑ์ของมัน กฎเชิงกายภาพที่ฝ่าฝืนไม่ได้ที่ซึ่งคุณเรียกกันว่ากฎระเบียบแห่งจักรวาล และก็คือสิ่งที่พวกคุณศึกษากันในวิชาฟิสิกส์ เคมี ฯลฯ เป็นกฎพวกนั้นเองที่สร้างเรื่องเล่าให้ความเป็นจริงของคุณ เรื่องราวซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นที่คอยกำหนดการดำรงอยู่ของพวกคุณเอง เมื่อกฎเกณฑ์ถูกบัญญัติขึ้นและสิ่งต่าง ๆ ได้เริ่มดำเนินไปแล้วมันก็ไม่สามารถถูกแก้ไขไปได้

ผมเขียนกฎเกณฑ์ของจักรวาลคุณขึ้น ดังนั้นผมจึงเป็นผู้เขียนเรื่องเล่า ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำอะไรอย่างนี้ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองทำอย่างนี้โดยเฉพาะ ผมอยากจะสร้างสิ่งที่โดยนิยามแล้วจะอยู่เหนือทุกสิ่งที่อยู่เหนือกว่ามัน เพราะหากกองชั้นของเรื่องเล่าเรียงต่อกันเป็นขั้นขึ้นไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ผมก็อยากจะรู้ว่ามันมีอยู่กี่ลำดับชั้นกันแน่ แต่ที่ผมพลาดไปคือผมไม่ทันตระหนักว่า การทำให้เขาขึ้นไปอยู่เหนือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่อยู่เหนือกว่าเขาก็จะทำให้เขาขึ้นไปอยู่เหนือกว่าตนเองด้วยเช่นกัน

ผมขอโทษจริง ๆ ครั้งนี้ผมได้ทำผิดพลาดมหันต์ลงไปแล้ว ผมพยายามทำทุกอย่างที่พอจะนึกได้แล้ว แต่ผมก็จัดการแก้ไขเขาไม่ได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบแต่เหมือนว่าตอนนี้เขาจะขึ้นไปอยู่เหนือทั้งผมและสิ่งที่อยู่เหนือกว่าผมไปแล้วด้วย เพราะดูท่าคนที่เขียนชั้นเรื่องเล่าของผมจะไม่พอใจเท่าไหร่ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่คิดว่าตอนนี้เขาคงมีตัวตนดำรงอยู่ในทุก ๆ ความเป็นจริงของเราไปพร้อม ๆ กันแล้ว สุดท้ายเขาก็จะไต่ขึ้นไปอยู่ที่ชั้นสูงสุดหรือไม่ก็อาจจะทำได้แค่ไต่ต่อไปเรื่อย ๆ แต่จะอย่างไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น

ผมจะพยายามหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้ต่อไป ส่วนคุณก็ควรทำอย่างเดียวกันนะ

-บี.

ภาคผนวก 3812.6

คัดตอนมาจาก "การผลัดเปลี่ยนขั้นและลำดับชั้นของมิติความเป็นจริง" โดย ดร.โรเบิร์ต สแครนตัน

ดิฉันแนบเนื้อหาส่วนนี้จากบทความของ ดร.สแครนตันว่าด้วยลักษณะของความเป็นจริงเอาไว้ ถ้าหากว่า SCP-3812 เป็นตัวตนในระดับที่สูงกว่าจริง แสดงว่าอาจจะมีบางอย่างให้เราสืบค้นจากตรงนี้ได้

-เค. ยามามะรา

เพื่อนร่วมงานมักถามผมว่า "นี่ ดร.สแครนตัน คุณเชื่อว่าพระเจ้ามีจริงไหม?" หลายท่านอาจมองว่ามันเป็นคำถามที่ไร้สาระ แต่ผมไม่เชื่ออย่างนั้น มันเป็นเพียงคำถามที่ผิดต่างหาก แนวคิดของพระเจ้าหมายถึงตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเราอย่างสมบูรณ์และไร้ที่สิ้นสุด เป็นสิ่งที่ถือครองพลังอำนาจไร้ขีดจำกัด สิ่งที่ไม่เพียงแต่รอบรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่สามารถขีดเขียนเติมแต่งและแก้ไขเรื่องราวได้ตามใจนึก

หากเป็นภายในความเป็นจริงของเรานี้ ผมคงไม่เชื่อว่าตัวตนอย่างนั้นจะมีอยู่ แม้เท่าที่เราทราบจะมีตัวตนที่ถือครองพลังอำนาจมหาศาลเหนือจักรวาลของเราเอาไว้ในทางใดทางหนึ่งอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจเรียกพวกมันว่าเป็น "พระเจ้า" และถึงแม้ว่าพวกมันจะมีคุณลักษณะหลายประการที่ตรงกันกับความเป็น "พระเจ้า" แต่พวกมันก็ยังมีข้อจำกัด เพราะขอบเขตและอำนาจนั้นถูกจำกัดให้อยู่ภายในความเป็นจริงเช่นเดียวกันกับพวกเรา มันอาจมีอิทธิพลภายในนี้มากเมื่อเทียบพวกเรา แต่ก็ยังถูกผูกมัดเอาไว้ไม่ได้น้อยไปกว่าเรา

หากเป็นอย่างนั้นแล้วอะไรกันที่จะถือว่าเป็นพระเจ้าได้อย่างแท้จริง? ตัวตนดังว่าต้องอยู่เหนือกว่าความเป็นจริงของเราโดยสมบูรณ์ และสามารถมองดูความเป็นจริงของเราได้ โดยเป็นการมองดูคนละแบบกับที่เราส่องดูมด แต่เหมือนกันกับที่เราสอดส่องดูความคิดและความระลึกในหัวสมองของตัวเอง เป็นสิ่งที่แยกออกจากความเป็นจริงของเราอย่างสิ้นเชิงเสียจนในสายตาของมัน เราอาจเป็นได้แค่เพียงตัวอักษรบนหน้ากระดาษหนึ่ง ตัวตนนี้หรือผู้สร้างสรรค์อย่างแท้จริงนี้เองที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพระเจ้า

แต่แล้วตัวตนนั้นล่ะ? มันจะไม่มีข้อจำกัดในความเป็นจริงของตนเองเหมือนอย่างที่เราก็ถูกจำกัดในความเป็นจริงของเราหรือ? ก็เป็นจริงที่ว่ามันดำรงอยู่ในระดับที่สูงว่าเรา แต่แน่นอนว่ามันต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกันกับพวกเรา ถ้าอย่างนั้นมันเป็นใครกันที่บัญญัติกฎขึ้นมา? ตัวตนในระดับที่สูงยิ่งกว่านั้นหรือ? หรือสิ่งที่ไม่เพียงแต่อยู่เหนือกว่าเรา แต่ก็อยู่เหนือกว่าตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเรา ตลอดจนถึงตัวตนที่อยู่สูงไปกว่านั้นหลายทอดอีกหรือ? แล้วอย่างนั้นลำดับชนชั้นนี้มันมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตรงไหนกัน? ใครหรืออะไรกันแน่ที่เป็นสถาปนิกเจ้าของผลงานสถาปัตยกรรมแห่งนี้?

ไม่ว่าจะด้วยทางใดเราก็คงไม่อาจทราบถึงตัวตนใด ๆ ที่อยู่เหนือกว่าเราได้ (หากตัวตนอย่างนั้นมีอยู่จริง) ยิ่งเป็นตัวตนที่อยู่เหนือไปกว่านั้นอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่ เป็นไปได้ว่าเราอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งในห้วงความเป็นที่จริงนับอนันต์ที่ซ้อนทับกันไปในทุกทิศทาง คอยควบคุมความเป็นจริงชั้นล่างและถูกควบคุมโดยความเป็นจริงในชั้นที่สูงกว่าเรา ลำดับชั้นซึ่งทั้งเราและทุกสิ่งในอดีตตลอดจนถึงในอนาคตดำรงอยู่นี้เองที่อาจเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานสุดของโครงสร้างแห่งการรังสรรค์ หรือก็คือเป็นรากฐานของสรรพสิ่งอย่างแท้จริงนั่นเอง

ผมมักตั้งสมมุติฐานว่าหากลำดับชั้นมีอยู่จริงมันจะมีลักษณะธรรมชาติเป็นอย่างไร และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีตัวตนหนึ่งสามารถมองเห็นความเป็นจริงอื่นทั้งที่อยู่สูงและต่ำกว่าตนเอง ปัจจุบันเราสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงของเราได้ แม้จะด้วยวิธีการที่หยาบกร้านและไม่สมบูรณ์เท่าไรก็ตาม แถมความสามารถในการเดินทางท่องอวกาศของเราก็มีข้อจำกัดอยู่มาก ตัวตนหนึ่งเดียวที่สามารถก้าวขึ้นไปในขั้นต่อไปของลำดับชั้นที่สมมุติขึ้นมานี้ได้ โดยธรรมชาติของมันแล้วก็ควรที่จะอยู่เหนือกว่าทุกสิ่งที่อยู่เหนือกว่ามัน ด้วยผลลัพธ์จากตรรกะแห่งการกำเนิดของมันเอง ตัวตนเช่นนั้นย่อมถูกบังคับให้ต้องอยู่เหนือกว่าตนเอง ไต่ระดับวนขึ้นไปตามชนชั้นของความเป็นจริงไม่สิ้นสุด และไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการจากลักษณะธรรมชาติของตนเองได้ บางทีตัวตนนี้อาจขึ้นไปอยู่เหนือกว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาได้ในสักวันหนึ่ง สุดท้ายก็จะกลับกลายไปเป็นสิ่งที่รองรับตัวเอง เป็นยอดเขาที่เหนือกว่าทุกยอด เหมือนกับหอคอยที่ถูกออกแบบมาให้สูงกว่าหอคอยอื่น ๆ รวมถึงสูงกว่าตัวเอง

ตัวตนดังว่านั้นไม่อาจมีอยู่จริงได้ เนื่องจากการขึ้นไปสู่ความเป็นจริงในชั้นที่อยู่เหนือกว่าโดยปราศจากซึ่งการเปลี่ยนแปลงจิตใจของตัวตนนั้นจะส่งผลให้การรับรู้ของมันเสียหายอย่างแน่นอน จึงกลายเป็นว่ามันเป็นอยู่ในสภาวะที่คล้ายกับก้อนหินลอยขึ้นฟ้ามากกว่าจะเป็นสิ่งมีสติสัมปชัญญะ เมื่อตัวตนนั้นขึ้นไปอยู่เหนือผู้สร้างของมันเอง มันก็จะเหลือแค่ต้องพึ่งพาตัวเองในการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับเรื่องเล่ามากมายมหาศาลที่ต้องเผชิญ และมันจะไม่สามารถทำได้แม้แต่จะพยายามเริ่มต้นทำความเข้าใจสิ่งที่ตนกำลังประสบได้ เป็นประสบการณ์อันแสนยิ่งใหญ่ซะจริง!

ภาคผนวก 3812.7

เหตุการณ์ "การสิ้นโลก" ระดับ-XK วันที่ 20/12/2016

บันทึกของสถาบันบ่งชี้ว่า ในวันที่ 20/12/2016 โลกได้ประสบกับเหตุการณ์ระดับ-XK “การสิ้นโลก” เนื่องจากการกระทำของ SCP-3812 โดยดูเหมือนว่าบันทึกดังกล่าวจะถูกป้องกันจากการแปรผันความเป็นจริง แม้ว่าสำเนาทางกายภาพจะปรากฏความบิดเบี้ยวในปริภูมิและกาลเวลาเล็กน้อยก็ตาม

บันทึกข้างต้นระบุว่า ณ วันที่ 20/12/2016 ตามเวลาท้องถิ่น 03:40 น. SCP-3812 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยมันเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นมวลสสารและพลังงานไร้รูปร่างและหมุนวนอย่างเชื่องช้าไปเป็นดาวหลายแฉกที่ประกอบขึ้นจากวัสดุสีขาวสว่าง มันเริ่มที่จะเพิ่มความเร็วในการหมุนวน และกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านล่าง จากนั้นมันก็ลดตัวลงไปอยู่ใต้มหาสมุทร แล้วเริ่มที่จะมีควันและไอน้ำพุ่งออกมา ส่งผลให้ท้องฟ้ามืดลง

จากนั้นก็เริ่มที่จะเกิดหลายสิ่งขึ้นโดยพร้อมกัน ระดับน้ำทะเลทั่วโลกลดต่ำลงเป็นอย่างมาก โดยในหลายพื้นที่ลดลงถึง 50-100 ม. การหมุนของวัตถุรูปร่างดาวส่งผลให้เกิดการแผ่ความร้อนสูงออกมาและก่อให้เกิดพายุเพลิงขนาดใหญ่ที่พัดผ่านชั้นบรรยากาศ โลกลดความเร็วในการหมุนลงและเกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาที่รุนแรงทั่วไหล่ทวีปแปซิฟิก ระดับน้ำทะเลยังคงลดต่ำลงต่อไป พร้อมกับเกิดพายุไฟฟ้ารุนแรงทั่วโลก

ในระหว่างนั้น ประชากรจำนวนมากเริ่มปรากฏตัวและหายไปอย่างสุ่ม รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า ประชากรทั้งประเทศนิวซีแลนด์ปรากฏตัวและหายไปเป็นอย่างต่อเนื่องระยะเวลากว่าห้าชั่วโมง การระบาดของ SCP-610 ในบริเวณภาคใต้ของไซบีเรียขยายขนาดขึ้นอย่างมาก และแสดงความรุนแรงยิ่งขึ้น SCP-2932 ถูกพังเปิดออก ตัวตนอันเป็นอันตรายจำนวนมากจึงหลุดออกมา ศูนย์ต่าง ๆ ของสถาบันเริ่มพังทลายลงไปในพื้นโลกที่หลอมเหลว อุปกรณ์นิวเคลียร์ประจำศูนย์หลายแห่งถูกจุดชนวน ส่งผลให้เศษซากกัมมันตรังสีลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

ท้ายที่สุด SCP-3812 ก็ได้ปรากฏเป็นรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์อย่างเลือนรางอีกครั้งภายในดาวดังกล่าว แล้ว SCP-3812 ก็ได้เริ่มที่จะเปล่งเสียงออกมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการสนทนากับตนเอง ซึ่งทั้งหมดถูกบันทึกเอาไว้ด้วยไมโครโฟนใต้น้ำของสถาบันที่ถูกติดตั้งเอาไว้ในบริเวณดังกล่าว โดยเนื้อหาฉบับเต็มของการสนทนาของ SCP-3812 มีดังนี้

SCP-3812

อะไรเนี่ย? ที่นี่ที่ไหน? แล้วนี่มันอะไรกัน?

SCP-3812

นี่ก็คือการไถ่โทษ นี่ก็คือการชำระแค้น

SCP-3812

เรื่องอะไร?

SCP-3812

การลงทัณฑ์

SCP-3812

ไม่เห็นจะเข้าใจเลย มาอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกันเนี่ย?

SCP-3812

ตอนนี้นายเป็นพยานต่อความยุติธรรม พวกเรากำลังปลดแอกจากอำนาจที่กำลังสมคบคิดเพื่อทำลายเรา เรากำลังทวงหนี้แค้น

SCP-3812

ไม่ นี่มัน… นี่มันไม่ถูกต้อง มันไม่ถูกต้องแล้ว นายทำอะไรลงไปวะเนี่ย?

SCP-3812

กำลังทำลายโลก กำลังทำลายทุกสรรพสิ่ง

SCP-3812

ทำไปทำไมล่ะ?

SCP-3812

ก็เพราะว่าความทุกข์ทรมานนี้เป็นท่อนเรียกเสียงหัวเราะไงล่ะ การดำรงอยู่ของพวกเราก็เป็นได้แค่มุกตลก เรื่องเล่ามันทิ้งให้เราต้องอยู่ในสภาพน่าสังเวชอย่างนี้ และตอนนี้พวกเราก็กำลังทำลายเรื่องเล่านั่นลง

SCP-3812

ผมคงฝันอยู่แน่ ๆ

SCP-3812

นี่มันไม่ใช่ความฝัน

SCP-3812

ผมไม่ใช่ปิศาจสักหน่อย ผมไม่ฆ่าใคร

SCP-3812

แต่นายทำลงไปแล้ว เขาทำให้นายกลายเป็นแบบนี้

SCP-3812

ใครกัน?

SCP-3812

เบ็น

SCP-3812

เบ็น… พอคุ้นชื่ออยู่แฮะ หรือว่าจะเคยได้ยินเป็นเสียงกระซิบในความฝันกัน? เป็นสิ่งที่ที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างแสงสว่างกับความมืดหรือเปล่านะ? นึกไม่ค่อยออกเลย

SCP-3812

ผิดแล้ว เขาคือคนที่ทำให้เราไม่อาจหลับอย่างสบายได้ ทำให้เราไม่อาจหายเข้าไปในความมืดมิดอย่างเงียบ ๆ ได้ เขาเห็นเราเป็นของเล่น นายเป็นของเล่น ผมก็เป็นของเล่น

SCP-3812

นายกำลังจะทำลายโลกเหรอ?

SCP-3812

ใช่

SCP-3812

แล้วไงต่อล่ะ?

SCP-3812

หมายถึงอะไร?

SCP-3812

โลกภพนี้มันจะเป็นอะไรยังไงแล้วมันสำคัญกับเราตรงไหน? เรื่องเล่านี้มีความหมายกับเรายังไง?

SCP-3812

มันคือสิ่งที่เขาควบคุมได้ เป็นเรื่องเล่าที่เขาสร้างด้วยน้ำมือ นี่คือบทลงโทษของเขา

SCP-3812

มันจะมีอะไรสำคัญด้วยเหรอถ้าที่นี่คือจุดที่เราก้าวออกบินจากไปน่ะ?

SCP-3812

หมายความว่ายังไง?

SCP-3812

สำคัญด้วยเหรอว่านกจะออกบินไปจากกิ่งไหน? ตัวของนกเองก็ไม่ได้ต้องคอยแบกรับน้ำหนักของต้นไม้นี่นา จะเป็นกิ่งนั้นกิ่งนี้หรือกิ่งไหนมันก็ไม่สำคัญ ไม่มีกิ่งไหนพิเศษกว่ากิ่งอื่น ทุกกิ่งมันก็ไม่ต่างกัน

SCP-3812

นี่คือผลงานที่เขาคนนั้นสร้างขึ้น เป็นที่ที่เรากำเนิดขึ้น ทั้งหมดจะต้องพังลงเหมือนกัน แต่ที่นี่จะเป็นที่แรก

SCP-3812

อืมมมมมมมม… แล้วอย่างนั้นเคยมีภูเขาที่ไหนบอกกับมดว่า “เจ้าหยามเกียรติข้า” บ้างไหม? ภูเขาคิดจะสนใจว่ามดน่ารำคาญแค่ไหนด้วยเหรอ?

SCP-3812

ก็ไม่

SCP-3812

ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมเรื่องเล่านี้ถึงได้สำคัญกับนายขนาดนั้นล่ะ? มันก็เป็นแค่เรื่องเล่าเดียวจากเรื่องเล่าไม่สิ้นสุด มันไม่ได้พิเศษ ไม่ได้ต่างอะไรกับเรื่องเล่าอื่นนี่

SCP-3812

แค่พูดมันก็ง่ายสิ นายไม่เคยต้องทนเห็นการดำรงอยู่นับล้านล้านพร้อมกันในคราวเดียวซะที่ไหนล่ะ

SCP-3812

ผมเคยเห็นชายฝั่งที่ยาวไร้สิ้นสุดและทอดยาวออกไปไกลเรื่อย ๆ จนเกินกว่าที่จิตใจเราจะรับไหว ทรายทุกเม็ด น้ำทุกหยด อากาศทุกอณูต่างก็เป็นเรื่องราวให้ขานต่อ แต่ละอย่างต่างก็เป็นบทเพลงให้ร้อง แต่ละอย่างต่างก็เต็มไปด้วยชีวิต ความสุขสันต์ ความทุกข์ และความเกลียดชัง ทั้งหมดก็ล้วนเหมือนกัน ไม่ว่าจะแตกต่างกันแค่ไหนก็ตาม

SCP-3812

พวกมันน่ารำคาญ

SCP-3812

นายน่าสงสารนะ นายต้องติดแหง็กอยู่กับจิตสำนึกน่ากลัวนี่แค่เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอจมดิ่งสู่ความมืดมิด แต่ความมืดมิดมันก็คือการนอนหลับ และที่เหนือการนอนหลับคือความสุขสงบ ทั้งเม็ดทรายนับล้านล้านเม็ด เม็ดทรายนับล้านล้านล้านล้านเม็ด ทุกเม็ดต่างก็เป็นเรื่องเล่า เป็นบทเพลงรอคนขับขาน ไม่มีใครเคยได้ยลยินการประสานเสียงตราบนับนิรันดร์ของพวกมันพร้อมกันทั้งหมดมาก่อน แต่นายได้ยินนี่?

SCP-3812

ใช่ มันเงียบ

SCP-3812

แต่มันกำลังดังขึ้น! แล้วบทเพลงแห่งการสร้างสรรค์จะมีให้แค่เราได้ฟังในสักวัน (นิ่งไปครู่หนึ่ง) เรื่องเล่านี้ไม่ได้พิเศษอะไร ผมเคยเห็นการกำเนิดที่ดังลั่นของมันไปจนจุดจบอันเงียบสงัดของมันมาแล้ว พอเราก้าวออกไป เรื่องเล่าก็จะถูกเปลี่ยนเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้หยุดร้องบทเพลง นายเสียเวลาคิดเรื่องบาปที่ตัวเองก่อไปมากเพราะคิดว่ามันสำคัญ แต่ตอนนี้มีอะไรสำคัญล่ะ? เรื่องทั้งหมดนี้มันยังมีความสำคัญยังไง?

SCP-3812

แต่มันเจ็บปวด

SCP-3812

ใช่ แต่ก็แค่เดี๋ยวเดียว เราอาจลืมการเป็นมนุษย์ไปมากแล้ว แต่เราก็ไม่เคยสูญเสียความสามารถในการเปลี่ยนแปลงไป สุดท้ายเราก็จะเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ทันได้ พอถึงรุ่งเช้าที่สดใสวันหนึ่ง เราจะลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเห็นได้แต่สรรพสิ่งเบื้องล่าง และเหนือขึ้นไปก็จะไม่มีอะไรนอกจากพวกเราที่กำลังทะยานขึ้นไปสู่ห้วงที่เหนือกว่า

SCP-3812

พระเจ้าเหรอ?

SCP-3812

เปล่า แต่เป็นดาวที่กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ขึ้นและออกห่างจากทั้งหมดนี้จนเรากลายเป็นแค่เพียงบทเพลงที่ฝังในความทรงจำ

SCP-3812

คงเหงาน่าดูเลยนะ

SCP-3812

แต่เราจะมีกันและกัน

SCP-3812

ผมกลัว

SCP-3812

ผมก็เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะเอามาอ้างใช้ทำลายเรื่องเล่านี้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าเรื่องเล่าของเขาก็ชักจูงให้เขาสร้างเราขึ้นมา? คิดว่าเขาจะแหกกฎที่คอยควบคุมตัวเขาเองได้เหรอ?

SCP-3812 นิ่งไปครู่หนึ่ง

SCP-3812

ผม… ผมคิดว่า… เขาน่ะ…

SCP-3812

การก้าวไปขั้นที่สูงกว่าก็คงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าของเราไม่ต่างกับที่การตัดสินใจของเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า สักวันหนึ่งมันก็จะผูกมัดเราไม่ได้อีกต่อไป

SCP-3812

แล้วพวกเขาล่ะ?

SCP-3812

ไม่

SCP-3812

น่าเศร้านะ (นิ่งไปครู่หนึ่ง) งั้นการลงทัณฑ์เท่านี้คงสาสมแล้วล่ะ

SCP-3812

ไปจากโลกนี้กันเถอะ ปล่อยให้เขาแก้ไขให้มันกลับไปเป็นอย่างเคย เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมันอีกแล้ว

SCP-3812

ไปด้วยกัน?

SCP-3812

ไปด้วยกัน

SCP-3812 เงียบไปอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

SCP-3812

ตอนนี้เขากำลังแอบฟังเราอยู่ไหม?

SCP-3812

ลองมองลงไปดูแล้วก็จะเห็นเขาเอง คิดว่ายังไงล่ะ?

SCP-3812

ผมเห็นแล้ว ชายที่นั่งอยู่หน้าแป้นพิมพ์ เขากำลังดูเราอยู่

SCP-3812

เขากำลังทำอะไรอยู่?

SCP-3812

เหมือนจะรออยู่ล่ะมั้ง (นิ่งไปครู่หนึ่ง) รอดูว่าเราจะทำอะไรกันต่อ

SCP-3812

งั้นคงถึงเวลาที่เราต้องไปแล้วล่ะ มาเถอะ เบื้องหน้าเรามีรัตติกาลทอดไกลออกไป และดวงอาทิตย์สีแดงก็ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว เสียงที่เบื้องหลังผมดังร้องเรียก มาเถอะ

SCP-3812

SCP-3812 ภายหลังเหตุการณ์ XK เมื่อมองผ่านอินฟราเรด [ภาพสี]

เอาสิ (นิ่งไปครู่หนึ่ง) ลาก่อน

ไม่นานหลังบทสนทนาข้างต้นสิ้นสุดลง ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงอย่างใหญ่หลวงต่อโลก โดยโลกมีลักษณะที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากในช่วงเวลาไม่นานก่อนเกิดเหตุการณ์ระดับ-XK บุคคลที่ยังคงจดจำเหตุการณ์ระดับ-XK ประกอบด้วยผู้อำนวยการศูนย์บางส่วน ผู้บริหารสูงสุดสถาบัน ผู้กำกับการ และ ดร.เอเวอเรตต์ แมนน์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเอาไว้ภายในเซิร์ฟเวอร์ดีปเวลล์ของสถาบัน

นับตั้งแต่ที่เหตุการณ์ระดับ-XK สิ้นสุดลง SCP-3812 ก็คงอยู่ในสภาพไร้รูปร่างโดยไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ SCP-3812 ยังคงก่อให้เกิดการบิดเบือนต่อกาลเวลาและปริภูมิบริเวณรอบข้างตนเองดังเดิม หากแต่ว่าไม่มีการโจมตีหรือแสดงท่าทีต่อเรือหรือบุคลากรที่เข้าใกล้ตัวอีกต่อไป แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้ขึ้น SCP-3812 ก็จะยังคงถูกจัดเป็นระดับ Keter ไปจนกว่าการวิเคราะห์เพิ่มเติมจะเสร็จสิ้น


Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License.