Information
Name: ดิกซีฟันแลนด์
Author: DrSSS
Rating: 2/2
Created at: Thu Oct 24 2013
"ขอขอบคุณที่เข้าชมสวนของพวกเรา ขอให้พวกเราได้เจอกันใหม่ในเร็ววัน!"
Site scp-wikicomponent cannot be found.
เสียงของเธอก้องสะท้อน ในยามที่สายลมใบไม้ร่วงพัดผ่านชายคาที่คุณเปิดอ้าไว้ และสู่เข้าไปในเตาผิง
หากเป็นคืนอื่น คุณจะขดนอนลงที่ข้างเปลวไฟ สร้างความอบอุ่นให้ตนเอง พร้อมไฟที่จรดเท้า
แต่ในคืนนี้ คุณมีจะต้องทำสิ่งอื่น — คุณจะเสียเวลาในคืนนี้ไปไม่ได้
งานคาร์นิวัลจะอยู่ในเมืองเป็นครั้งสุดท้าย และเธอเฝ้ารอคุณอยู่
มาตรการกักกันพิเศษ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องตรวจสอบพื้นที่ภายนอก SCP-821 ทุกวัน และรายงานการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้หัวหน้างานกักกันทราบ ได้มีการติดตั้งรั้วล้อมรอบพื้นที่กักกัน SCP-821 โดยจะมีการตรวจสอบด้วยโดรนเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากว่ามีบุคคลสัญจรในบริเวณใกล้เคียง SCP-821 ค่อนข้างน้อย การที่บุคลากรของสถาบันได้ปรากฏในบริเวณพื้นที่ในจำนวนมากจึงจะก่อให้เกิดผลเสีย จึงมิให้บุคลากรของสถาบันเข้าใกล้หรือเข้าไปภายในพื้นที่ผลกระทบของ SCP-821 ยกเว้นเพียงแต่ว่าหัวหน้างานกักกันจะเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการกระทำการดังนั้น
ภายหลังจากที่ค้นพบความผิดปกติประการอื่นของ SCP-821 ก็ได้ยุติความพยายามในการกักกันลง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรมีการดัดแปลง บำรุงรักษา ซ่อมแซม หรือกระทำการใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลง SCP-821 ไปจากสภาพในปัจจุบัน การกระทำการใด ๆ โดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันควรให้ความสำคัญกับการรักษาข้อมูลเป็นหลัก
รายละเอียด

SCP-821 ในช่วงราวปี ค.ศ. 1904

ไปรษณียบัตรดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน SCP-821 ในช่วงราวปี ค.ศ. 1956

ภาพของเครื่องเล่นที่ไม่ทราบภายในดิ๊กซีฟันแฟร์ SCP-821 ในช่วงราวปี ค.ศ. 1959
SCP-821 คือ พื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็น 'ดิ๊กซีฟันแฟร์'1 ซึ่งเป็นสถานจัดงานรื่นเริงที่เปิดให้บริการในระหว่างช่วงเวลาประมาณปี ค.ศ. 1954-1979 และเปิดให้บริการอีกครั้งในปี ค.ศ. 2009-2014
SCP-821 ประกอบไปด้วยชุดสิ่งปลูกสร้างและอาคารจำนวนมากที่อยู่รอบถนนสายหลักที่มีชื่อว่า ดิอาร์ทิสต์เวย์ มีบันทึกการก่อสร้างอยู่ในจำนวนที่น้อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากงานก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากจึงไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร และมีสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก และเสื่อมสภาพลงอย่างต่อเนื่องโดยถาวร ความพยายามในการบำรุงรักษาหรือบูรณะใด ๆ ล้วนไม่สำเร็จทั้งสิ้น และขณะนี้ได้หยุดดำเนินการโดยสมบูรณ์เพื่อรอการจัดระดับอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งปลูกสร้างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายใน SCP-821 มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความบันเทิงและศิลปะ สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในหลายยุคสมัย และแต่ละยุคก็มีภาษาภาพที่แตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ม้าหมุนจนไปถึงโรงละคร แผงขายสินค้าและอาหาร ซุ้มของที่ระลึก ฯลฯ ในช่วงเริ่มแรกของการกักกัน SCP-821 สิ่งปลูกสร้างในจำนวนประมาณ 68% นั้นอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ และมีจำนวนลดลงไปตามระยะเวลา
ตลอดระยะเวลาการเปิดให้บริการในช่วงหลัง การบำรุงรักษาและงานที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันได้ถูกจัดการโดยหุ่นยนต์ ทั้งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และไม่คล้ายมนุษย์ ซึ่งได้รับรหัสเรียกเป็น SCP-821-1 โดยหุ่นยนต์เหล่านี้มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ในรูปร่างมนุษย์ที่สร้างขึ้นจากทองแดงทาสี ไปจนถึงในรูปแบบนามธรรมหรือรูปร่างคล้ายสัตว์ ภายหลังจากการปิดให้บริการพื้นที่ในปี ค.ศ. 2014 ตัวอย่าง SCP-821-1 ทั้งหมดก็ได้ถูกปิดการทำงานลง
SCP-821-A คือ ผลกระทบต่อความคิดที่ยังคงแสดงผลอยู่ ซึ่งทำให้ผู้ได้รับผลกระทบประสบกับ 'ภาพสะท้อน' ของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นภายใน SCP-821 ในช่วงระหว่างที่มันยังคงเปิดให้บริการ โดย SCP-821-A จะทำการสร้าง 'ภาพสะท้อน' โดยการตีความแบบวงกลม เพื่อนำข้อมูลมาจากความทรงจำแฝงของผู้อยู่อาศัย ผู้เข้าชม และผู้ควบคุม SCP-821 โดยภาพสะท้อนเหล่านี้ปรากฏเป็นตัวตันโปร่งแสงที่ไม่สามารถจับต้องได้ ซึ่งมักถูกเรียกว่า 'ผี' เมื่อถูกสังเกต SCP-821-A จะสามารถสร้างสิ่งเร้าในรูปแบบเสียง ภาพ กลิ่น และรสได้ ความรุนแรงของการรับสัมผัสลดลงเรื่อยมา นับตั้งแต่การกักกันในช่วงเริ่มแรก ปัจจุบัน ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวอย่าง SCP-821-A เกิดขึ้นมา
ทั้งแสงและเสียงชวนพร่ามัว แต่ก็ต้องขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าที่คุณเริ่มจะชินชาไปแล้ว
สุ้มแสงถูกเตรียมเอาไว้ โน้ตเครื่องคัลไลโอพีสอดประสานเข้ากัน ทั้งเสียงกริ่ง เสียงสอดแทรก เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกน เสียงหัวเราะ ทั้งหมดนี้ถูกจัดเรียงเอาไว้ให้แม่นยำในระดับเสี้ยววินาที
งานรื่นเริงนี้ราวมีชีวิต และทุกคนที่นี่ก็เป็นเลือดเนื้อของเรา
SCP-821 เปิดให้บริการภายใต้ชื่อหลายชื่อและการบริหารจากหลายกลุ่ม ครอบคลุมหลายยุคสมัย — ทั้งหมดพยายามที่จะขยายให้ใหญ่กว่าหรือเทียบเท่ากับในยุคสมัยก่อนหน้า เมื่อใดก็ตามที่มีกลุ่มใหม่เข้ามาบริหาร SCP-821 สิ่งปลูกสร้างเดิมจะไม่ถูกทำลายลง แต่จะถูกดัดแปลงหรือเพิ่มส่วนเท่านั้น ต่อไปนี้คือการสรุป SCP-821 ในยุคสมัยหลัก รวมไปถึงผลกระทบอันผิดปกติและองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยสังเขป
ก่อนที่จะมีการก่อสร้างและดำเนินการ SCP-821 ทั้งหมด พื้นที่นั้นเดิมเป็นไร่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการใช้งานในช่วงต้นทศวรรษที่ 1900 ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างและปล่อยให้ทรุดโทรมลงภายหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ พื้นที่ดังกล่าวถูกปล่อยให้ว่างเปล่าอยู่นานหลายทศวรรษ ก่อนที่จะมีการก่อสร้าง SCP-821 ขึ้น และดูเหมือนจะไม่ได้มีลักษณะผิดปกติที่น่าสังเกตใด ๆ
ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน ถูกก่อตั้งขึ้นภายในปี ค.ศ. 1954 โดยนายโจนาธาน ดิ๊กซี ซึ่งเป็นผู้อพยพชาวอเมริกันและนักธุรกิจรายใหญ่ภายในท้องที่ โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการที่เขาเล็งเห็นความต้องการด้านความบันเทิงแบบมีธีม พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกเลือกเนื่องจากโจนาธาน ดิ๊กซีกล่าวว่าตนสัมผัสได้ถึง 'พลังงาน' ในตอนที่เขามาเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก หนังสือพิมพ์ในท้องที่ได้อ้างอิงจากคำพูดของเขาว่า "ที่นี่แหละ มันมีอะไรที่พิเศษ ผมรู้สึกได้ในทุกย่างก้าว ทุกครั้งที่สูดลมหายใจ ทุกซอกมุมของสวนแห่งนี้ — มีบางสิ่งอยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว รอคอยวิถีทางที่จะถูกพบเห็นและจดจำเอาไว้ ผมแค่เดินตามรอยบรรพบุรุษ ผมได้เลือกที่นี่เพื่อให้พวกเขาได้รับโอกาสได้ใช้ชีวิตอีกครั้งหนึ่ง"
ในตอนที่เปิดให้บริการ _ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน_ประกอบด้วยศาลาเปิดโล่งขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของกลางสวน โดยมีดอกไม้และภูมิทัศน์ล้อมรอบ ตั๋วสำหรับการเข้าชม_ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน_มีราคาอยู่ที่ 0.25 ดอลลาร์ต่อผู้ใหญ่หนึ่งคน ซึ่งสามารถทำได้ทั้งเข้าชมพื้นที่และร่วมกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ โดยกิจกรรมบันเทิงที่จัดขึ้น ได้แก่ การแสดงดนตรี และละครเวทีที่ถูกจัดขึ้นที่ศาลาที่จุดกึ่งกลาง
_ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน_เปิดให้บริการระหว่างปี ค.ศ. 1954-1957 และประสบความสำเร็จพอสมควร โดยได้ถูกกล่าวถึงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น และจะมีผู้เข้าชมจากรัฐอื่น ๆ เป็นครั้งคราว แม้ว่าจะประสบความสำเร็จ แต่มันกลับปิดตัวลงอย่างกะทันหันในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1957 อันเนื่องมาจากการเสียชีวิตของโจนาธาน ดิ๊กซี และด้วยผลจากปัญหาเกี่ยวกับการรับกรรมสิทธิ์ในที่ดินและกิจการ จึงส่งผลให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้จนกระทั่งถึงฤดูกาลปี ค.ศ. 1958 ซึ่งในตอนนั้นได้เปิดให้บริการอีกครั้งภายใต้ชื่อใหม่
ในฤดูกาลปี ค.ศ. 1958 สวนแห่งนี้ได้เปิดให้บริการอีกครั้งภายใต้ชื่อ_ดิ๊กซีฟันแฟร์_ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าครอบครัวและเยาวชน บุตรชายของโจนาธาน ดิ๊กซี นายโจนาธาน ดิ๊กซีที่สอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เจ.ดี. จูเนียร์' ได้เข้ามาดูแลกิจการหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิต โดยเขาฟื้นฟูกิจการด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างเส้นทางหลัก รวมถึงจัดหาทั้งเครื่องเล่นและกิจกรรมบันเทิงตามธีมให้กับผู้เข้าชม การขยายกิจการนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาและต่อยอดสิ่งที่ทำให้_ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดน_ประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ขัดไปจากความต้องการของโจนาธาน ดิ๊กซี
เมื่อ_ดิ๊กซีฟันแฟร์_กลับมาเปิดให้บริการขึ้นอีกครั้ง จำนวนผู้เข้าชมก็เพิ่มสูงขึ้น — ครอบคลุมตั้งแต่บุคคลจากเมืองและรัฐใกล้เคียง สวนสนุกแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านเครื่องเล่นที่หวาดเสียว และเกมตามทางสายหลักที่ให้โอกาสผู้เล่นชนะได้ เจ.ดี. จูเนียร์เคยได้กล่าวเอาไว้ในตอนนั้นว่า "พ่อของผมคิดถูก สร้างโลกที่อยากสำรวจขึ้นมา และที่เหลือจะตามมาเอง สิ่งสำคัญของธุรกิจเพื่อสร้างความสนุก คือ การที่คุณต้องสร้างสถานที่ที่คุณเชื่อมั่นได้ว่าคุณเป็นผู้ชนะ และที่ดิ๊กซีฟันแฟร์ ทุกคนที่นี่คือผู้ชนะ ตั้งแต่เด็กแบเบาะจนไปถึงผู้ใหญ่วัยทอง — พวกเราขอต้อนรับทุกคน ที่นี่ก็คือที่ของคุณ!"
ในช่วงทศวรรษต่อมา สวนสนุกยังคงเปิดให้บริการไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกับเดิม โดยเครื่องเล่นที่มีชิ้นส่วนชำรุดหรือไม่ได้รับความสนใจจะถูกสับเปลี่ยน เครื่องเล่นเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากช่วงกลางทศวรรษที่ 1960 คือ ม้าหมุนดิ๊กซีแครูเซล_และ_ชิงช้าสวรรค์ดิ๊กซีแฟร์ริสวีล ซึ่งยังคงเปิดให้เข้าเล่นตลอดช่วงเวลาที่สวนสนุกเปิดให้บริการ
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1966 เจ.ดี. จูเนียร์ได้แจ้งเกี่ยวกับความเป็นไปในอนาคตของสวนสนุก
สวัสดีแขกผู้มีเกียรติและผู้ให้ความสนับสนุนทุกท่าน
คุณพ่อของผมเชื่อมั่นในสถานที่ที่พร้อมต้อนรับทุกคน และจะไม่มีใครที่จะรู้สึกคับอกคับใจ ผมได้ไล่ตามเรื่องนั้นมาตลอด พยายามหาประกายที่เคยจุดไฟให้ท่าน ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกยินดีอย่างถึงที่สุดที่ได้นำพาดิ๊กซีฟันแฟร์ไปสู่จุดสูงสุดจุดใหม่
แต่น่าเสียดาย สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ผมไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป และผมหยุดสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงไม่ได้ พวกเราไม่สามารถจ่ายค่าจ้างงานอันเป็นธรรมได้ หากยังคงทำตามค่านิยมและจุดประสงค์ที่นำพาบริษัทมาถึงทุกวันนี้ ดวงวิญญาณแห่งอดีตคอยหลอกหลอนผม เสียงของพวกมันสะท้อนก้องเข้าสู่สถานที่ที่ผมรักสุดหัวใจ พวกเขาจะไม่ปล่อยผมไป
ผมต้องทิ้งที่นี่ไปเสีย
ภายหลังจากบันทึกข้างต้น เจ.ดี. จูเนียร์ก็ได้หายตัวไป พร้อมกับผู้นำดิ๊กซีฟันแฟร์คนสำคัญอีกจำนวนมาก ทำให้สวนสนุกตกอยู่ในสภาวะวุ่นวายและไร้ระเบียบ จนถึงปัจจุบันนี้ ยังคงไม่ทราบว่าบุคคลที่หายตัวไปทั้งหมดอยู่ที่ใด
สวนสนุกได้ถูกปิดตัวลงเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนที่ภายหลังจะเปิดให้บริการอีกครั้งภายใต้ผู้บริหารรายใหม่
โลหะแผดเสียงเสียดสีที่เหนือศีรษะ พร้อมกับที่คุณกำลังดื่มน้ำจากขวดสกปรกในราคาย่อมเยา — แต่ยังดีที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ถึงมันจะไม่ได้บรรเทาความอบอ้าวนี้เลยก็ตาม
ท่ามกลางแสงสาดและเสียงดังตามทาง เสียงเครื่องเล่นที่เหนือขึ้นไป ในสุ้มเสียงหัวเราะของเด็กน้อย ๆ และผู้ใหญ่ที่เปล่งเสียงขำขัน กลับมีอยู่เสียงหนึ่งที่ไม่อาจปิดกั้นลงได้
ในทุก ๆ คืน ในเวลาเดียวกัน ในตอนที่คุณยืนในซุ้มของตนเอง จะมีเงาพาดผ่านไป เงาที่ทั้งไม่อาจบอกได้ว่าคืออะไรแต่ก็กลับคุ้นเคย แต่คุณก็ไม่เคยทราบแจ่มแจ้งว่าคืออะไร ทุกยามเย็น เงานั้นจะผ่านมา ในท่ามกลางเสียงอื้ออึงและแตรของสวนสนุก คุณรู้สึกว่าตนเองเปล่งเสียงออกมาว่า:
"สักวัน ผู้คนจะจดจำชื่อดิ๊กซีเอาไว้ได้"
ภาคผนวก 1-C
ภาพวาดถนนสายหลักของแฮมป์สตีดโบรส์ฯ SCP-821 ในช่วงราวปี ค.ศ. 1967

ทางเข้าเครื่องเล่นชิลเดรนส์แลนด์ของฟันแลนด์ ภาพภายหลังการปิดตัว

หุ่นยนต์ตัวหนึ่งจากเครื่องเล่นแกลล็อปปิงแครูเซล ช่วงราวปี ค.ศ. 1978

ภาพก่อนการบูรณะชิงช้าสวรรค์ที่ถูกทิ้งร้าง มีนาคม ค.ศ. 2009
คณะละครสัตว์พี่น้องแฮมป์สตีด
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1967 หนังสือพิมพ์ในท้องถิ่นได้รายงานเอาไว้ว่า_ดิ๊กซีฟันแฟร์_ถูกขายให้กับสามพี่น้องซึ่งเป็นอดีตพนักงานของสวนสนุก ได้แก่ นายออร์วิลล์ นายออไรออน และนายอ็อกเดน แฮมป์สตีด โดยพวกเขาได้เรียกตนเองว่าเป็น 'พนักงาน' ที่ทำงานอยู่บนถนนสายหลักของสวนสนุกเป็นเวลาหลายปีก่อนที่เจ.ดี. จูเนียร์จะหายตัวไป — เนื่องจากประสบการณ์ที่พวกเขาสั่งสมมาทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของตนที่จะสืบทอดต่อไป ภายหลังการหายตัวของเจ.ดี. ผู้บริหารสวนสนุกที่ยังคงหลงเหลือก็ได้ทำข้อตกลงกับสามพี่น้องแฮมป์สตีด และได้ส่งมอบที่ดินและกรรมสิทธิ์ของกิจการสวนสนุกกับพวกเขาด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่เปิดเผย2
ทั้งสามพี่น้องวางแผนจะทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ — โดยการนำพื้นที่และถนนสายหลักที่มีอยู่ก่อนแล้วมาใช้งาน และดัดแปลงตัวศาลาให้กลายเป็นเต็นท์คณะละครสัตว์ และเปิดให้บริการใหม่อีกครั้งหนึ่ง ภายใต้ชื่อ_"คณะละครสัตว์พี่น้องแฮมป์สตีด"_ โดยพวกเขากล่าวเอาไว้ว่า "เราต้องการฟื้นฟูและใช้ทุกสิ่งเท่าที่ทำได้ เพื่อที่จะรักษาหัวใจสำคัญของสวนสนุกเอาไว้" สวนสนุกใหม่นี้มีการจัดแสดงสด ซึ่งคณะแสดงของสวนสนุกขนาดใหญ่จะอยู่อาศัยแบบกึ่งถาวร ภายในหมู่บ้านจัดสรรที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวนสนุก ที่มีชื่อเรียกว่า "คาร์นีส์โรว์" อีกทั้งยังมีกิจกรรมดึงดูดท่องเที่ยวกิจกรรมใหม่ ซึ่งเป็นการแสดงละครสัตว์ในตอนกลางคืน โดยมีทั้งการแสดงตัวตลก นักกายกรรม สัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ
เมื่อสวนสนุกเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่ง มันก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมียอดผู้เข้าชมขึ้นสูง เนื่องจากผู้คนรวมตัวกันเพื่อมาชมการแสดงรูปแบบใหม่ ร่วมเล่นกิจกรรมที่ได้รับการปรับปรุง และเข้าสู่พื้นที่ขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วย 'กิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัย' และเพื่อการรองรับผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นนี้ จึงได้มีการเสนอมอบที่อยู่อาศัยให้กับพนักงาน โดยแลกเปลี่ยนกับอัตราค่าจ้างที่ลดลง — สันนิษฐานว่าในขณะนั้นมีพนักงานที่อาศัยอยู่ภายในสวนสนุกราว 20-50 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีทั้งตัวตลก พนักงานจุดอื่น ๆ และบุตรหลานของพวกเขา
แม้ว่าจะมีความพยายามมากเพียงนี้ก็ตาม แต่พวกเขาก็กลับประสบความสำเร็จได้เพียงไม่นาน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1970 เนื่องมาจากการที่ยอดรายได้ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารบุคลากรที่ผิดพลาดเป็นระยะเวลาสามปี _คณะละครสัตว์พี่น้องแฮมป์สตีด_จึงได้ปิดตัวลง โดยพนักงานยังคงอาศัยอยู่ภายในสวนสนุกต่อไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง
นายออร์วิลล์ แฮมป์สตีดเดินทางออกจากสหรัฐฯ เพื่อที่จะประกอบธุรกิจเดิมภายในประเทศแคนาดา และประสบความสำเร็จเล็กน้อย นายออไรออน แฮมป์สตีดเกษียณอายุตนเอง โดยเขาอาศัยอยู่ภายในกระท่อมขนาดเล็กที่ตอนเหนือของรัฐเมน และใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ
คาร์นีส์โรว์เป็นสถานที่ที่คุณจะรับรู้กลิ่นและได้ยินมันก่อนที่จะได้พบเห็นด้วยตาเสียอีก เป็นประจุชีวิต ความโกลาหล และพลังงานที่ฝังแน่น ถูกสลักเข้าในเศษเสี้ยวแห่งนฤพานดังนี้เอง
เด็ก ๆ จอมแก่นแก้วที่มีคาร์นีส์โรว์เป็นบ้านทำเหมือนกับว่าสวนสนุกแห่งนี้เป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัวของตนเอง เขายังคงจดจำเสียงจากพวกเขาที่วิ่งพล่านระหว่างบ้าน จากทั้งที่ชนเข้ากับราวผ้า และจากการสร้างความวุ่นวายนานา แต่ที่คั่นระหว่างทั้งเสียงขำขัน เสียงโหวกเหวก และเสียงกู่ร้องด้วยความสุขใจนั้น พวกเขาทั้งหมดก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะถามคำถามเดียวกัน:
"เกิดอะไรขึ้นกับคุณอ็อกกี้กันนะ?"
อ็อกกี้ไม่เคยจากไปไหน
ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1976 หลังจากที่_คณะละครสัตว์พี่น้องแฮมป์สตีด_ปิดตัวลงเป็นเวลาครึ่งทศวรรษ ก็ได้มีเสียงแตรดังขึ้นในรัศมี 4 ไมล์รอบพื้นที่ที่เดิมเคยเป็นสวนสนุกโดยไม่มีการแจ้ง โดยพื้นที่นั้นได้ถูกทิ้งร้างและไม่มีความชัดเจนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินนับตั้งแต่นั้นมา — อ้างอิงจากการสัมภาษณ์และเอกสารจากในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านก็ไม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เช่นกัน
โดยบุคคลที่มีชื่อว่า 'มิสเตอร์ฟันแลนด์' ได้ปรากฏขึ้น และทำลายข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ลง
เชิญชม เชิญชมครับ! จับจ้องไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้า นั่นก็คือฟันแลนด์ — ดิ๊กซีฟันแฟร์ในอดีตได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง แต่พร้อมกับความศิวิไลซ์นานา! ได้อยู่ร่วมกับวันวานที่คะนึงหา และความยิ่งใหญ่ของอดีตก่อนหน้า ผสานเข้ากับสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมแห่งโลกของจักรกล! ทั้งหมดนี้มาจากมันสมองของผู้นำของเรา มิสเตอร์ฟันแลนด์นั่นเอง
เชิญชิมขนมหวานรสเลิศของเรา จะทั้งโคนไอศกรีมยาวเป็นฟุต หรือจะเป็นสายไหมขนาด FUN-ไซซ์ก็ดี! เราไม่ได้มีเพียงแค่ขนมหวานเท่านั้น แต่เราก็มีอาหารแปลกใหม่ที่แผลงให้เข้ากับรสนิยมในสมัยปัจจุบัน ขอรับประกันว่าทุกท่านจะต้องตื่นตาตื่นใจกับมัน เชื่อผมได้ ผมไม่หลับตาไม่หลับใจมาตั้งนานแล้ว!
และเชิญตกตะลึงไปกับเทคโนโลยีสุดมหัศจรรย์ที่ขับเคลื่อนทุกสถานที่! นั่นคือม้าแอนิมาทรอนิกส์ที่มีชีวิตบนเครื่องม้าหมุนแกลล็อปปิงแครูเซลนั่นเอง หรือทุกท่านอาจอยากลองเข้านั่งในโฮเวอร์คาร์ดูสักตั้ง ไม่ว่าจะเป็นอันไหน ก็ขอรับรองเลยว่าวันนี้ทุก ๆ ท่านจะพบเจอกับประสบการณ์ไม่เหมือนใครแน่นอน
อ้อ แล้วก็… อีกเรื่องหนึ่ง ทุกคนที่ทำงานที่สวนสนุกนี้ ทั้งพนักงานดูแลเครื่องเล่น ทั้งผู้ดูแลเกมที่ตั้งอยู่ตามถนนสายหลัก หรือกระทั่งภารโรงจอมหรรษาของเราก็ล้วนมีความลับอยู่ข้อหนึ่ง: ทุกคนเป็นหุ่นยนต์นั่นไง! เชิญเชยชมกับเทคโนโลยีแห่งโลกสมัยใหม่ ที่เกิดขึ้นจากรากฐานการสร้างหุ่นยนต์ที่สั่งสมมานานมากศตวรรษ — ทั้งหมดถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงในภาคการวิศวกรรมสมัยใหม่ ทั้งรวดเร็วกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และพึ่งพาได้กว่ามนุษย์จะทำได้!
อย่าลืมลองมาที่ฟันแลนด์สักครั้ง เพิ่งเปิดอีกครั้งหนึ่ง จะต้องโดนใจท่านแน่นอน!
— มิสเตอร์ฟันแลนด์
บันทึกเสียงของมิสเตอร์ฟันแลนด์นี้ เดิมถูกใช้งานสำหรับโฆษณาทั้งทางวิทยุ และเปิดผ่านระบบลำโพงทั้งหมดภายในสวนสนุกในวันที่เปิดให้บริการอีกครั้ง บัญชีธุรการแสดงให้เห็นว่ามันประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ตัวสวนสนุกยังคงมีโครงสร้างเช่นเดิม แต่ดังที่กล่าวเอาไว้ก่อนหน้า _ฟันแลนด์_ได้ปรับเปลี่ยนในส่วนเครื่องเล่นและพนักงานเป็นหลัก ด้วยการผสมผสานระหว่างงานวิจัยด้านหุ่นยนต์ในอดีต วิทยาการแอนิมาทรอนิกส์สมัยใหม่ พิธีกรรมเชิงมนตร์ และการใช้ประโยชน์จากความทรงจำแฝงที่เดิมมีอยู่ในพื้นที่สวนสนุก ในการสร้างวิญญาณเทียมเพื่อขับเคลื่อนเครื่องจักร มิสเตอร์ฟันแลนด์ก็สามารถสร้างพนักงานที่ไม่มีแอนิมาทรอนิกส์หรือเครื่องจักรใด ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้วเทียบได้ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทที่ถูกใช้งานภายในสวนสนุกที่เป็นคู่แข่ง
หุ่นยนต์ซึ่งได้รับรหัสเรียกเป็น SCP-821-1 มีขนาด รูปร่าง และรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไปตามบทบาทหน้าที่ภายใน_ฟันแลนด์_ แต่ทั้งหมดก็มีลักษณะทั่วไปที่เหมือนกัน โดยทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากฐานทองแดงหรือแผ่นโลหะ และทาด้วยสีที่ไม่มีความผิดปกติ ตัวอย่าง SCP-821-1 แต่ละตัวสามารถทำงานได้ด้วยแหล่งพลังงานที่ผิดปกติ ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับมาจากผู้เข้าชมและอารมณ์เชิงบวกจากทั่วสวนสนุก โดยตัวอย่าง SCP-821-1 สามารถพูดและร้องเพลงได้หลากหลายภาษา แม้ว่าจะไม่มีผู้พูดภาษานั้น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็ตาม และเช่นเดียวกันกับที่ตัวอย่าง SCP-821-1 สามารถเคลื่อนที่ทั่วสวนสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟ ระบบนำทาง หรือการเชื่อมต่อกับเครื่องควบคุมระบบกลาง ในทางปฏิบัติแล้ว จึงถือว่าทั้งหมดปัจเจกบุคคลต่อกัน
เมื่อเปิดให้บริการ _ฟันแลนด์_ก็ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก มีรายงานว่าผู้เข้าชม 'ชื่นชอบ' ความหลากหลายของกิจกรรม ความบันเทิง และการแสดงที่จัดเตรียมเอาไว้ — แม้ว่าทั้งเครื่องเล่นและการแสดงจะสนุกสนานก็ตาม แต่จุดดึงดูดหลักของสวนสนุกคือตัวอย่าง SCP-821-1 นักท่องเที่ยวจากทั่วทั้งโลกเดินทางมาเพื่อชม "สิ่งมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยีในโลกสมัยใหม่" และสวนสนุกก็เจริญรุ่งเรือง ในอีกไม่กี่ปีต่อมา กิจการก็ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ได้มีการเพิ่มแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีกแห่งหรือสองแห่ง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก
ในการสัมภาษณ์เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1978 มิสเตอร์ฟันแลนด์ได้ถูกถามเอาไว้ว่าเขาวางแผนในการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ของสวนสนุกครบรอบ 25 ปี อย่างไร
"จะบอกอะไรให้ ผมถูกถามเรื่องนี้มาเยอะมากเลยล่ะ และในที่สุดผมก็รู้สึกอยากตอบสักที ที่สวนสนุกแห่งนี้ไม่สำเร็จก็เพราะว่าไปมุ่งเน้นผิดจุด ทุกคนก่อนหน้านี้เอาแต่มองดูที่แห่งนี้ดังที่เคยเป็นมาก่อน และพยายามทำตามสิ่งที่เคยทำให้มันประสบความสำเร็จ"
"ผมจะละทิ้งจะจมปลักกับอดีต — ผมจะทำให้ได้ดีกว่าที่สวนสนุกแห่งนี้เคยเป็น"
"ปัญหาคือ พวกเขามัวแต่สนใจเครื่องเล่นและแสงสีเสียงจนมันบดบังความเป็นจริงไปหมด เด็กสมัยนี้ไม่ได้ต้องการความสนุกแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว เด็ก ๆ เขาเบื่อพวกตัวตลก เหนื่อยใจกับเกมข้างทาง รอที่จะเดินหนีจากโรงแสดงและรถไฟเหาะน่าเบื่อพวกนั้น ที่พวกเขาต้องการคือเทคโนโลยี"
"พวกเขาอยากได้หุ่นยนต์ อยากได้เครื่องคอม อยากได้วิดีโอเกม แล้วผมมีสิทธิ์อะไรจะไปหยุดพวกเขาล่ะ? ความก้าวหน้าจะดำเนินต่อไป และพวกเราต้องตามมันให้ทัน นั่นก็คือเหตุผลที่ผมมุ่งเน้นไปที่พนักงานหุ่นยนต์สุดล้ำสมัยของเรา เครื่องจักรสุดอัศจรรย์ที่ทำให้_ฟันแลนด์_เป็น_ฟันแลนด์_ได้!"
"ส่วนเรื่องคำตอบน่ะเรอะ? ไม่หรอก ผมไม่มีแผนฉลองอดีตหรอก ตามที่ผมคิดแล้ว มีเพียงแค่อนาคตเท่านั้นที่สำคัญจริง ๆ ส่วนพวกหุ่นยนต์ที่เป็นเหมือนหัวใจให้กับ_ฟันแลนด์_รึ? นั่นแหละคืออนาคต"
ภายในปีนั้นเอง ผู้เข้าชมสวนสนุกก็ได้เริ่มมีการรายงานถึงปัญหาต่าง ๆ มากมายทั่ว_ฟันแลนด์_ เครื่องเล่นชำรุดบ่อยครั้งกว่าก่อนหน้า และพื้นดินที่รองรับเครื่องเล่นและร้านค้าก็ค่อย ๆ แทรกเข้าในสิ่งปลูกสร้าง เพื่อฟื้นคืนพื้นที่สวนสนุกกลับคืนมา ได้มีรายงานถึงปฏิกิริยากับหุ่นยนต์ซึ่งผิดแปลกไป หุ่นยนต์แอนิมาทรอนิกส์พึมพำกับตนเอง และเข้ากระทำการที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่บ่อยครั้ง ผู้เข้าชมสวนสนุกจึงสังเกตได้ชัดว่ามีบางสิ่งผิดปกติไปจากเดิม
เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการที่ฟันแลนด์ 'ถูกสิง' รวมไปถึงการที่ผู้จัดรายการวิทยุกล่าวชื่นชมสวนสนุกในอดีต มันจึงเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อสาธารณชนลง เริ่มมีข่าวลือแพร่สู่ผู้เข้าชมและอดีตพนักงาน — ในระหว่างฤดูกาลนี้ หุ่นยนต์ภายในสวนสนุกมีลักษณะที่ 'เศร้าหมอง' และ 'หดหู่' แม้ว่าจะมีรายงานดังนี้ก็ตาม รวมถึงการสึกกร่อนของเครื่องเล่นและตัวอย่าง SCP-821-1 ก็ตาม มิสเตอร์ฟันแลนด์ก็ยังคงประชาสัมพันธ์เพื่อยืนยันว่ากิจการจะดำเนินตามปกติ ภายหลังจากแถลงการณ์ดังกล่าว มิสเตอร์ฟันแลนด์ก็ไม่ได้กระทำการแก้ไขหรือฟื้นฟูสถานการณ์แต่อย่างใด เขากลับเชื่อว่าสวนสนุก "เป็นสิ่งมีชีวิต และจะฟื้นฟูตนเองคืนมาได้"
ในปี ค.ศ. 1979 ฟันแลนด์ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรและถูกทิ้งร้าง ทั้งเครื่องเล่น ร้านค้าริมถนนสายหลัก และหุ่นยนต์ถูกปล่อยเอาไว้ให้เสื่อมสภาพ ในอีกหลายปีต่อมา ผู้คนในพื้นที่และนักสำรวจสถานที่ได้รายงานถึงการฟื้นคืนพื้นที่โดยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีความเชื่อว่าอดีตสวนสนุกแห่งนี้ 'ถูกสิง' โดยทั้งผู้ที่เคยเข้าชม อดีตพนักงาน และกระทั่งหุ่นยนต์
มันยังคงปิดตัวต่อไปอีกเป็นเวลามากกว่า 30 ปี
รั้วตาข่ายเหล็กเกรอะกรังที่ปิดล้อมเศษซากอันไร้ผู้จดจำแห่งฟันแลนด์ตั้งอยู่ตรงหน้าคุณ ราวเป็นกำแพงบางที่กั้นจากผู้ต้องการเชยชม ลวดถูกตัดเปิดเอาไว้ — เมื่อคุณเข้าใกล้ แท่งเหล็กก็โน้มเอนกลับ เบิกทางให้กว้างขึ้น
ราวกับว่าสวนสนุกกำลังเชื้อเชิญให้คุณเข้าไป
ค่ำคืนนี้งันสงัด แต่อากาศกลับแผ่ให้ชาที่ร่าง สิ่งที่รายรอบตัวคุณก็คือเดนของหุ่นยนต์ที่เคยอยู่ที่นี่ ร้านค้าที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เครื่องเล่นที่เคยเปิดเอาไว้เสมอ มันดูเงียบกว่าปกติธรรมชาติ ราวกับว่า… ไม่มีอยู่เลย?
คุณไม่หลงเชื่อข่าวลือว่า 'นี่ อย่าเข้าไปนะ สวนสนุกนั่นมันผีสิง!' หรือไม่ก็ 'บ้าไปแล้วเรอะ? ฉันได้ยินมาว่าพวกหุ่นยนต์จะคืนชีพแล้วมาฆ่าคน เพราะพวกมันโมโหที่สวนสนุกปิดตัวไป' มันจะเป็นจริงได้อย่างไรกัน — ที่นี่มีแค่เหล็กสนิมเกาะเท่านั้นแหละที่น่ากลัวดังที่พูดกัน
เมื่อคุณได้ยินเสียงเครื่องจักรที่ขูดขีดกัน และเห็นว่าม้าหมุนกลับมาทำงานอีกครั้งที่ตรงหน้า เสียงฟันเฟืองกดทับตะกอนสนิม ดนตรีอู้อี้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหุ่นยนต์ที่ไม่ไหวติงใด ๆ คุณไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร คุณจึงวิ่งหนี
เสียงหัวเราะไร้ที่มาและภาพจาง ๆ ของบุคคลที่เดินทั่วสวนสนุกร้างอยู่อยู่รอบตัวคุณในขณะที่คุณกำลังหนี ร่างจางร่างใหม่ปรากฏขึ้นตามมุมต่าง ๆ เครื่องคัลไลโอพีแผดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเย้ยหยันพรั่งพรูจากซากปรักหักพังของฟันแลนด์ พร้อมกันกับที่คุณรีบตรงไปยังทางออก เมื่อมาถึงที่รั้ว ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"ขอขอบคุณที่ท่านได้เยี่ยมชมสวนสนุกของเรา ขอให้เราได้พบกันอีกในเร็ววั—"
ในตอนที่คุณดันตาข่ายเหล็กเพื่อจะหนี ทั้งสวนสนุกและผีผู้สถิตก็นิ่งสนิทลงไปอีกครั้งหนึ่งอย่างฉับพลัน
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 2009 รายการข่าวในท้องถิ่นได้รายงานเอาไว้ว่ากลุ่มก่อความเสียหายกลุ่มหนึ่งได้บุกรุกเข้าไปภายในพื้นที่ SCP-821 ที่ถูกทิ้งร้าง และยังได้ตั้งพื้นที่พักแรมเป็นการช่วยคราวอีกด้วย ในตอนแรกก็ได้มีการคัดค้านโดยทันที แต่เมื่อได้มีการรายงานว่ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้ทำลายสถานที่ แต่กลับมีท่าทีที่จะซ่อมแซมพวกมัน จึงไม่ชัดเจนว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นสมควรจะตอบสนองอย่างไร ในอีกเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ในขณะที่บุคคลในท้องถิ่นปรึกษากันว่าควรดำเนินการอย่างไร กลุ่มก่อความเสียหายดังกล่าวก็ได้เริ่มต้นทำงานในโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อ 'ปรับสวนสนุกใหม่ และทำให้เศษซากเครื่องเล่น อาคาร และจิตวิญญาณของสวนสนุกได้กลับมาหายใจอีกครั้ง'
ได้มีการระบุว่า 'ผู้ก่อความเสียหาย' ดังกล่าวเป็นกลุ่มศิลปินผิดปกติ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อว่า_เอโธส_ (GOI-821-4) สมาชิกของมันมีทักษะและจุดมุ่งเน้นที่หลากหลาย ประกอบด้วยช่างแกะสลักที่มีความสามารถแปรผันความเป็นจริง ผู้บิดเบือนความเป็นจริงด้วยดนตรี และศิลปินที่ไม่มีความผิดปกติใด ๆ ซึ่งร่วมงานกับพวกเขา อ้างอิงจากข่าวประชาสัมพันธ์ GOI-821-4 มีจุดประสงค์เพียงหนึ่งอย่าง คือ 'เพื่อเปลี่ยนสถานจัดงานรื่นเริงที่ถูกทิ้งร้างให้กลายเป็นมหกรรมศิลปะ จินตนาการ และเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำจากอดีต'
การวิจัยของสถาบันไม่สามารถระบุได้ว่า_เอโธส_ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ของที่ดินสวนสนุกได้อย่างไร บันทึกของเทศมณฑลระบุเอาไว้ว่ามีชื่อพวกเขาในโฉนดที่ดินดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2009 พร้อมกับหมายเหตุระบุว่า "บริจาคเพื่อการกุศลจากมิสเตอร์ฟันแลนด์ แก่ศิลปินแห่งอนาคตข้างหน้า" ในอีกเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ก็ได้มีการวางแนวกั้นพื้นที่ก่อสร้างล้อมรอบพื้นที่สวนสนุก ซึ่งบดบังว่ามีการดำเนินการอย่างไร
ในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2009 สวนสนุกแห่งนี้ได้เปิดให้บริการขึ้น ใบปลิวและแผ่นพับโฆษณาปรากฏในอาคารภายในท้องถิ่น หน้าร้านค้า และภายในกล่องจดหมายทั่วเทศมณฑลและตำบลโดยรอบ
เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษแล้วที่ดิ๊กซีฟันแฟร์_ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน แม้ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมามันจะถูกจดจำด้วยชื่อที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น_ฟันแลนด์_หรือ_คณะละครสัตว์พี่น้องแฮมป์สตีด แต่สิ่งหนึ่งที่คงเดิมอยู่เสมอ คือ ผู้คนและหุ่นยนต์ที่ทำงาน อยู่อาศัย และใช้ชีวิตที่สวนสนุกแห่งนี้คือจิตวิญญาณอันแท้จริง พวกเราจดจำพวกเขา มองผ่านเรื่องราวของพวกเขา เดินตามรอยของพวกเขา — พวกเขาเพียงเฝ้ารออยู่ที่นี่
_เอโธสแลนด์_ไม่เหมือนสวนสนุกไหน ๆ ในอดีต พวกเราไม่ได้พยายามเหนือกว่าหรือแตกต่างไป พวกเราไม่ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ พวกเราไม่ได้สร้างแหล่งดึงดูดที่ยอดเยี่ยมพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค และลูกเล่นแพรวพราวเกินจำเป็น — พวกเราคือศิลปิน และพวกเราฟื้นคืนสถานที่แห่งนี้กลับมาอีกครั้ง ทุกสิ่งถูกเตรียมเอาไว้ที่นี่อยู่แล้ว รอเพียงผู้ชมเท่านั้น — พวกเราเพียงมอบโอกาสครั้งที่สองให้กับมัน
ขอเชิญให้ทุกคนได้มาชมแดนที่อบอวลด้วยความฝัน เวทมนตร์ ศิลปะ และที่สำคัญที่สุด ก็คือความทรงจำ
เมื่อเปิดให้บริการเป็นครั้งแรก เอโธสแลนด์ ก็ได้นำเสนอแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดประวัติศาสตร์ของสวนสนุกแห่งนี้ ต่อไปนี้คือตัวอย่างส่วนหลักของสวนสนุก ดังนี้:
_เอโธสแลนด์_ประสบความสำเร็จด้านรายได้เพียงเล็กน้อย — แม้ว่าผู้เข้าชมจะกล่าวว่าได้รับประสบการณ์ที่ 'เปลี่ยนชีวิต' และ 'อัศจรรย์' ก็ตาม แต่ด้วยผลกระทบจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จึงทำให้มีผู้เข้าชมในจำนวนที่น้อย สวนสนุกจึงไม่สามารถทำกำไรได้มากนัก เนื่องมาจากจำเป็นต้องแข่งขันกับธุรกิจในประเภทเดียวกันที่ที่ได้รับความนิยมกว่า เมื่อ_เอโธสแลนด์_ไม่สามารถเทียบเท่ากับสวนสนุกคู่แข่งทั้งในด้านขนาดและขอบเขตธุรกิจได้ พวกเขาจึงประสบปัญหาทางการเงิน และไม่สามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ เนื่องจากมีการทุ่มรายได้ทั้งหมดเพื่อจุนเจือเจ้าหน้าที่และศิลปินที่อาศัยอยู่ภายในสวนสนุก
หลังจากที่ประสบปัญหาทางการเงินมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ในปี ค.ศ. 2012 สมาชิกผู้ก่อตั้ง_เอโธสแลนด์_จึงได้ตัดสินใจที่จะร่วมทำงานกับศิลปิน องค์กร และชุมชนอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้สวนสนุกยังคงมีความหมายดังเดิม ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงได้ติดต่อกับบริษัทการแสดงที่มีชื่อเสียงด้านการจัดหาทรัพยากร และการแสดงที่หลากหลาย นั่นคือซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์
_ซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์_และเจ้าหน้าที่ใน_เอโธสแลนด์_จึงได้ร่วมมือกันสร้างผลงานการแสดงแบบมีการโต้ตอบกับผู้ชมขนาดใหญ่ ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็น 'จิตวิญญาณของเอโธสแลนด์ที่หวนคืนอีกครั้ง' เมื่อสวนสนุกเปิดให้บริการในฤดูร้อน ค.ศ. 2013 ผลงานดังกล่าวก็เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย
เมื่อเปิดให้บริการ ก่อนการแสดงรอบปฐมทัศน์ สเตฟานี ซูโด ซึ่งเป็นผู้กำกับและสมาชิกผู้ก่อตั้งซูโดเจเนซิสโปรดักชั่นส์ได้เข้าชม ต่อไปนี้คือบางส่วนของสุนทรพจน์ของเธอ ก่อนที่จะเปิดการแสดง "ไลฟ์ คอนทินิวด์"
"ไลฟ์ คอนทินิวด์_ไม่ใช่ละครตามสวนสนุกแบบพื้น ๆ แต่อย่างใด เพราะมันไม่ใช่แค่การแสดง ไม่ใช่เพียงแค่ละครเวทีอันน่าตื่นเต้น ไม่ใช่แค่สิ่งบันเทิงที่กลวงเปล่า ไลฟ์ คอนทินิวด์ คือ เอโธสแลนด์_เอง แต่ก็เป็นมากกว่านั้น มันเป็นทั้ง_ดิ๊กซี ทั้ง_แฮมป์สตีด และ_ฟันแลนด์_ — ไม่ใช่จากมุมมองของพวกเรา แต่จากมุมมองของพวกเขาต่อตนเอง ผ่านทรงจำและวิญญาณที่ยังคงสถิตอยู่"
"นับแต่นี้เป็นต้นไป ไลฟ์ คอนทินิวด์_จะคงอยู่ตราบเท่าที่สวนสนุกไม่หายไป ถึงฝนจะสาด ลูกเห็บจะตก จะเป็นวันโลกาวินาศ หรือกระทั่งการถูกกักกันก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งที่แห่งนี้ได้ จะทั้งผู้แสดง ทั้งเวที และแก่นของมันก็คือสวนสนุกแห่งนี้ เป็นภาพสะท้อนถึงผู้ที่อยู่มาก่อน ดวงชีวิตที่เลือนหาย เสียงกรีดร้อง ความสุข และเสียงหัวเราะที่ดังมาตลอดหลายทศวรรษที่สวนสนุกแห่งนี้ได้มอบความบันเทิงแก่แขกนับพัน — ทั้งหมดล้วนปรากฏใน_ไลฟ์ คอนทินิวด์"
"อ้อ แล้วก็… อีกอย่างหนึ่ง ทั้งดวงวิญญาณและความทรงจำที่ร่อนเร่ ณ ที่นี่มีอยู่ก็จริง แต่ก็อย่าตื่นกลัวไป เพราะทุกสิ่งที่คุณได้เห็นไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดก็เป็นแค่สิ่งสมมุติ พวกเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง จงเชื่อมั่นในวิญญาณของคุณ และเชื่อฟังสัญชาตญาณของคุณ พบพานกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ปรากฏชัดข้างหน้าตน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แห่งผืนพรมแดนที่ยังคงเติบโตนาม_เอโธสแลนด์_"
ไลฟ์ คอนทินิวด์ หรือที่ได้รับรหัสเรียกเป็น SCP-821-A คือ ผลกระทบต่อความคิดที่ยังคงแสดงผลอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสวนสนุก โดยได้รับการกระตุ้นจากแก่นการตีความแบบวงกลมที่ได้รับการดัดแปลง ซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1600
SCP-821-A ก่อให้เกิด 'ภาพสะท้อน' หรืออาการประสาทหลอนกึ่งโปร่งใสที่ปรากฏเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ของสวนสนุก ซึ่งปรากฏขึ้นและรำลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของพวกเขา โดยพวกมันไม่สามารถถูกจับต้องได้ แต่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งปลูกสร้างที่เคยมีอยู่ในช่วงเวลาที่นั้น ๆ ได้ ภาพสะท้อนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะที่เหมือนกันในทุกครั้ง แต่มีรูปร่างและรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปในทุก 'การปรากฏ' โดยตัวอย่างแต่ละตัวจะมีการกระทำต่าง ๆ อ้างอิงจากกิจวัตรในช่วงเวลาที่พวกมันยังคงมีชีวิตอยู่ ต่อไปนี้คือตัวอย่างที่น่าสนใจ:
หลังจากการแสดง_ไลฟ์ คอนทินิวด์_ในรอบปฐมทัศน์ _เอโธสแลนด์_ก็มียอดจำหน่ายบัตรเพิ่มขึ้นถึง 400% และได้รับการนำเสนอต่อสื่อมวลชนมากขึ้น รายงานข่าวซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดปกติประหลาดใจใน 'ภาพฉาย' โดยพวกเขาคิดว่าเป็นการใช้งานวิทยาการขั้นสูง เนื่องจากความเข้าใจผิดประการนี้ สถาบันจึงไม่จำเป็นต้องทำการกักกันใด ๆ โดยให้มุ่งเน้นไปที่การสังเกตการณ์แทน
แม้ว่าจะมีการจัดการแสดงที่ 'แหวกแนว' มากก็ตาม แต่ก็กลับไม่เพียงพอที่จะแก้ไขวิกฤตทางการเงินที่สวนสนุกประสบอยู่ได้ หลังจากที่เปิดให้บริการได้อีก 2 ปี ในวันปิดฤดูกาลที่ 50 ก็ได้มีการประกาศดังนี้ขึ้นทั่วสวนสนุก
แขกผู้มีเกียรติ พนักงานที่รัก และดวงจิตของผู้ยังคงสถิตอยู่ทุก ๆ ท่าน แม้ว่าเราจะพยายามมากเพียงใดก็ตาม แต่เราก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดังที่เราต้องการ พวกเราจึงจำเป็นต้องให้การประกาศต่อไปนี้กับทุกท่าน
วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่_เอโธสแลนด์_เปิดให้บริการ อันเนื่องมาจากความกดดันทางการเงิน และการที่พวกเราไม่ยอมรับที่จะจ่ายค่าจ้างในอัตราที่ต่ำกว่าจะพอเลี้ยงชีพได้ พวกเราจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากต้องยุติบทบาทของสวนสนุกแห่งนี้ พวกเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะไม่ถูกลืมเลือนไป — หรือบางทีในอนาคต สถานที่แห่งนี้จะกลับมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่และอลังการกว่าที่เคยได้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมสวนสนุกของพวกเราในตลอดห้าสิบปีมานี้ ขอให้เราได้พบเจอกันอีกในวันข้างหน้า
เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว พวกเราคงจะเหลือแค่เพียงความทรงจำให้หวนคิดถึง
ภายหลังการประกาศข้างต้น SCP-821 ก็ถูกทิ้งร้างและได้รับการกักกันโดยสถาบันในช่วงหลายเดือนต่อมา โดยแม้ว่าจะไม่มีผู้เข้าชมหรือพนักงานภายในพื้นที่หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย แต่ SCP-821-A ก็กลับยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยตัวอย่าง SCP-821-A มีอัตราการปรากฏตัวและความเด่นชัดลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นับตั้งแต่ที่มันได้รับการกักกันโดยสถาบัน ก็ไม่พบตัวอย่าง SCP-821-A ประเภทใหม่อีกต่อไป อีกทั้งยังได้มีการยุติการวิจัยทั้งตัวอย่าง SCP-821-1 ที่ยังคงหลงเหลืออยู่และ SCP-821-A ลง อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพผิดปกติของวัตถุที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ การวิจัยเกี่ยวกับวิธีการย้อนผลหรือชะลอการเสื่อมสภาพผิดปกติดังกล่าวได้ถูกระงับเอาไว้ เนื่องจากสถาบันไม่สามารถทราบถึงวิธีการใด ๆ ที่จะย้อนผลกระทบดังกล่าวได้ นอกเสียจากการเปิดบริการสวนสนุกแห่งนี้อีกครั้ง — โดยการกระทำดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อมาตรการม่านปิดบัง
คาดว่า SCP-821 จะถูกทำให้หมดสภาพผิดปกติภายในปี ค.ศ. 2030 เป็นอย่างช้าที่สุด
กลิ่นพื้นดินที่นี่มีบางอย่างที่ต่างออกไป หลังจากที่ฝนตกลงมา ก็ไม่ได้มีเพียงไอดินโชยกลิ่นเท่าน้น มันมีสิ่งอื่นที่มากกว่านั้นปะปน ที่นั่นมีกลิ่นของทั้งความเก่าแก่ ความเป็นนิรันดร์ และความยืนยง
เมื่อฝนลงเม็ด กลิ่นสายไหมและข้าวโพดคั่วจะคลุ้งลอยมาเสมอ เมื่อลมโบกพัด บานกั้นจะถูกดันปิด และความทรงจำจะกองทับถมในโครงอาคารอันทรุดโทรมจนแทบจะล้มลงสู่พื้นดิน
เมื่ออาทิตย์สาดแสง สวนสนุกแห่งนี้จะคืนสู่ชีวิตชีวา เปี่ยมเสียงขำขันและเหล่าเด็ก ๆ และเมื่อพระจันทร์แทนที่ ทั้งศิลปิน นักแสดง คณะละครสัตว์ และผู้คนจำนวนเล็กน้อยที่ลุ่มหลงและอุทิศตนให้สถานที่แห่งนี้จะส่องเฉิดฉาย
ในทุกคืนก็คือการเฉลิมฉลอง และในทุกวันก็คือการรำลึกความหลัง
และสักวันข้างหน้า จะเหลือแต่เพียงเถ้าทรงจำของผู้เคยเยี่ยมชมและชื่นชอบสวนสนุกแห่งนี้ และภาพถ่ายที่ได้รับ ดิ๊กซีส์เพลเชอร์การ์เดนจะงันสงัดดังเดิมที่เคยเป็นมาโดยตลอด
ความบันเทิงนั้นจวนแหลกลาญ